|
|
|
หน้าแรก >[04] กสิกรรม > เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประะทศไทย > กิจกรรม |
||
|
ประชุมประจำเดือนมิถุนายน ครั้งที่ 4/2546 วันที่ 10 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546 ณ พุทธสถานสันติอโศก วันที่ 8 พ.ค.2546 เข้าร่วมสัมมนาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เรื่องแนวทางการพัฒนาเกษตรกรมพึ่งตนเอง โดยจะขอให้สภาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เป็นองค์กรหลัก ในการผลักดันเกษตรอินทรีย์ให้มีผลที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนต่อไป วันที่ 28 พ.ค.2546 สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNBT) เชิญ คกร. ไปร่วมงาน เพื่อเปิดตัวหนังสือ รายงานพัฒนาคน มีทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ สุขภาพ, การศึกษา, การทำงาน, รายได้, ที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อม, ชีวิต ครอบครัวและชุมชน, การคมนาคมและ การสื่อสาร, การมีส่วนร่วม ปรากฎว่า จังหวัดภูเก็ก ได้อันดับ 1 จังหวัดนครพนมได้ที่สุดท้าย นี่คือในภาพรวม แต่มีข้อน่าสังเกตก็คือ กรุงเทพ ติดอันดับหนึ่งในเรื่องรายได้ แต่ในด้านชีวิตและครอบครัวแล้ว ตกเป็นอันดับที่ 68 จังหวัดหนองบัวลำพู และจังหวัดยโสธร ได้ลำดับสุดท้ายในด้านรายได้ แต่ในด้านชีวิต ครอบครัว และชุมชน ได้ลำดับต้นๆ คือ ลำดับที่ 3-4 พ่อท่านให้ข้อคิดเห็นว่า แนวทางที่อโศกทำนั้นถูกต้องแล้ว เป็นการพัฒนาคนที่ถูกต้อง คือพามาจน แล้วครอบครัวจะดี ท่านใดสนใจรายละเอียด โปรดติดตามหาอ่านได้จากห้องสมุดที่สันติอโศก วันที่ 6 มิถุนายน 2546 ได้รับเชิญจากกระทรวงสาธารณสุข ให้เข้าร่วมประชุมในวาระการพัฒนาความร่วมมือเพื่อผลักดันแนวทางเกษตรที่เอื้อต่อสุขภาพ ในงานสมัชชาเพื่อสุขภาพประจำดี 2546 ซึ่งเป็นเรื่องหลัก การประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมวาระการประชุมใหญ่ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม ที่ศูนย์การประชุมไบเทค ในวันที่ 12 มิถุนายน 2546 กรมวิชาการเกษตร ได้เชิญ คกร. ไปร่วมประชุมสมัชชาอาหารและเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยองค์กรต่างๆ จำนวน 5 กลุ่ม คือ กลุ่มฝ่ายผู้ผลิต กลุ่มฝ่ายผู้จำหน่าย กลุ่มฝ่ายวิชาการ กลุ่มฝ่ายพัฒนาองค์กรเอกชน และองค์กรของรัฐ สรุปการจัดงานกสิกรรมไร้สารพิษ เพื่อฟ้าดิน ครั้งที่ 10 เพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ในการประชุมครั้งนี้ มีคุณพิมพ์ผกา วิธุรัตน์ และคณะ เป็นตัวแทนจาก ธ.ก.ส. มาร่วมประชุมด้วย และประธาน คกร. ได้แจ้งในที่ประชุมให้ทราบว่า ในการจัดงาน เพื่อฟ้าดิน ครั้งที่ 10 มีค่าใช้จ่าย เกินงบประมาณ ทาง คกร. จึงมีหนังสือแจ้งไปยัง ธ.ก.ส. ขอความอนุเคราะห์งบประมาณจากส่วนที่เกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้ตามที่เห็นสมควร ส่วนทาง ธ.ก.ส. คุณพิมพ์ผกา แจ้งว่า ยังไม่ได้สรุปเป็นรายงานออกมา ซึ่งจะเสร็จในสิ้นเดือนนี้ งาน พฟด.ที่ผ่าน จะมีการประเมินใน 3 ด้าน คือ (1) ด้านการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะดูว่ามีผลงาน ผลกระทบ ที่มีต่อรัฐบาล ธ.ก.ส. และ ต่อลูกค้ามากน้อยเพียงใด (2) ด้านการสัมมนา ลูกค้ามีความพึงพอใจแค่ไหน (3) ด้านอื่นๆ เช่น การเสวนาของท่านรัฐมนตรี การสัมมนาพลิกทุ่ง สร้างทุน ฟื้นไท และประเมินองค์ความรู้จากฐานงานหลักๆ ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณไป ธ.ก.ส. ยังมีงบประมาณเหลืออยู่บ้าง พอที่จะชดเชยให้ได้ ผู้จัดการใหญ่ ธ.ก.ส. ได้มีหนังสือตอบขอบคุณมายัง คกร. ในการให้ความร่วมมือในการจัดงาน พฟด. ในครั้งที่ผ่านมา แผนการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตเกษตร หลักสูตรสัจธรรมชีวิต ในรอบปี 2546 (มิถุนายน - ธันวาคม 2546) แผนการอบรมในปี 2547 เนื่องจากพ้นระยะเวลานโยบายพักชำระหนี้แล้ว สจส.จะทำโครงการของบประมาณจากรัฐบาล และแหล่งอื่นๆ จะได้ประสานงานกับเครือข่ายต่างๆ ในการผลักดันให้ลูกค้าของธนาคาร ทั้งที่พักชำระหนี้ และลูกค้าที่ค้างชำระหนี้ (ซึ่งมีจำนวนมากกว่า) ให้ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มลูกค้าที่จะขอกู้ใหม่ และขอกู้เพิ่ม ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะต้องผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพก่อน เพื่อให้เป็นผู้มีวินัยทางการเงินเสียก่อน ก่อนที่จะกู้เงินไปใช้ ในอนาคต ธ.ก.ส. จะให้ความสำคัญกับวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจะต้องมีการขยายสิทธิและวงเงินในการกู้ยืม เท่ากับว่าจำเป็นจะต้องมีการต่อยอดศักยภาพของลูกค้าไปพร้อมกันด้วย จากสัจธรรมชีวิต ไปสู่การสร้างชีวิต นั่นคือแนวทางนำไปสู่การสร้างวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยระบบกลุ่มในการขอกู้ ขอให้ศูนย์ฝึกต่างๆ ได้วางแนวทางระบบกลุ่มไว้ให้ด้วย ต่อไปจะมีความจำเป็นมาก ในการก้าวไปสู่การบริหารการเงินในระดับวิสหกิจชุมชนต่อไป โดยเฉพาะบุคลากรระดับหัวหน้ากลุ่ม ธ.ก.ส. อยากจะพัฒนาให้มาอยู่ในระดับเป็นแม่ข่ายให้ได้ ความคืบหน้าของโครงการพลังกู้ดินฟ้า ขอเลื่อนกำหนดการไปอีกหนึ่งเดือน เพราะเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ใหม่ จึงต้องนำโครงการขึ้นพิจารณาใหม่ โครงการส่งเสริมสุขภาพ 7 อ. ศูนย์ใดต้องการจะส่งบุคลากรเข้าร่วมฝึกอบรมเป็นแกนนำส่งเสริมสุขภาพ 7 อ. ประจำศูนย์ คกร. ขอให้กรอกข้อความลงในใบสมัคร ศูนย์ละไม่เกิน 5 คน ประชุมครั้งต่อไป วันที่ 26 กรกฎาคม 2546 ที่ทักษิณอโศก โอวาทหลังปิดประชุม "เราหมั่นกันประชุม แต่เวลาเลิกประชุมไม่ค่อยมีเวลาเหลือ พวกเราพอเริ่มประชุมจะไม่ค่อยมีคน แต่ตอนจบจะมีคนมาเพิ่มมากขึ้น เป็นการแสดงฐานจิตที่วัดค่าของความเจริญ เราได้ดีเพราะการประชุมมาก็มาก จะเพิ่มคนมาประชุมให้มากกว่านี้คงไม่มากไปกว่านี้ เพราะเราไม่มีลาภมาล่อ จะมาได้ก็เพราะเห็นคุณค่าของงาน ว่าการงานนี้เป็นงานศาสนา งานเสียสละ จึงทำให้เกิดการบริหารเวลาที่เหมาะสม พ่อท่านปลื้มใจ พอใจกับผลงานของทุกคน ขอให้เอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพให้ดี ถ้าเราทำได้สำเร็จ คือเสียสละให้ได้ และมีอายุยืน นับว่าเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ เป็น "พันธุกรรม" โดยแท้ มิใช่เกิดด้วย "สรีระกรรม" เกิดมาเป็นคน ต้องทำงาน สุข ทุกข์ ไม่มี มีแต่หนักกับเบา ทุกคนเป็นไปตามกรรม ตามวิบาก บางคนมีคนศรัทธามาก บางคนมีมาศรัทธาน้อย ก็เป็นไปตามวิบาก ขอขอบคุณทุกคน ที่ช่วยกันคิดอ่าน และรับงานเพิ่ม ถือว่าเป็นกำไรอาริยะให้แก่ตัวเอง แต่ให้ระวังอย่ารับเกินกำลังตัว" |
||
|
|
|
|
||||