สร้างบารมี กลางสมรภูมิ..... เมษายน-กรกฎาคม ๒๕๕๑ สารอโศก ว่างเว้นผ่านมาหลายเดือน ด้วยเหตุหลายๆด้าน บันทึกปัจฉาฯฉบับนี้ขอรวบรัด ตั้งแต่เดือน เมษายน - พฤษภาคม - มิถุนายน - กรกฎาคม ในฉบับเดียวนี้ เดินหน้าฝ่าวิกฤต คำว่า วิกฤต ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ แปลไว้ว่า ขั้นอันตรายที่อยู่ในระยะ หัวเลี้ยวหัวต่อ ขั้นแตกหัก จะไปทางดี หรือทางร้ายก็ได้ เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วย การเมือง หรือการเศรษฐกิจ "ภาวะโลกร้อน" ถือเป็นวิกฤตภัยระดับโลก เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด เกิดจากความเห็นแก่ตัว ของมนุษย์ ทุกคนโดยแท้ ยิ่งรู้มาก ทันสมัยมาก เทคโนโลยีมาก ยิ่งก่อภาวะ โลกร้อนได้มาก งานปลุกเสกฯปีนี้(๖-๑๒ เมษายน) ก็ได้รับการปลุกกระแสลดภาวะโลกร้อน เพิ่มการคัดแยกขยะ การล้างบรรจุภัณฑ์ ต่างๆ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่มาจากถุงพลาสติก ขณะเดียวกัน ก็พยายามบอกชาวบ้าน ที่นำสินค้าอาหาร มาขาย ให้ลดการใช้ถุงพลาสติก สมณะ-สิกขมาตุ รวมถึงญาติธรรม ก็มีส่วนร่วมช่วยกันล้างภาชนะ ล้างถุงพลาสติกกันเอง เป็นการแบ่งเบาภาระ ให้กับผู้อาสา ทำงานนี้โดยตรงได้เป็นอย่างดี นับเป็นอีกก้าวย่างหนึ่งของการพยายามสร้างวัฒนธรรมที่ดีๆขึ้นมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งนี้จะกลายเป็น ธรรมเนียม ปฏิบัติ ของชาวอโศก ทุกท่านต่อไป ทุกวันในขณะรับประทานอาหาร คณะทำงานขยะวิทยาด้วยหัวใจ ช่วยกันมาบอกเล่าปัญหา และให้คำแนะนำ ในการปฏิบัติต่างๆ แม้หลายท่าน จะไม่สันทัดในการพูด แต่ก็สัมผัสได้ถึงความพยายาม ที่จะให้ทุกท่าน ร่วมด้วยช่วยกัน วันสุดท้ายของงานปลุกเสกฯ คณะทำงานขยะวิทยาด้วยหัวใจ ได้สรุปผลการทำงาน ในช่วงงาน ปลุกเสกฯ ดังนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเวลา ๗ วัน กับจำนวนคนเรือนพัน ขยะเพียงเท่านี้ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แสดงถึง ความพยายาม ลดขยะ ของผู้มาร่วมงาน รวมถึงขยะในจิตใจของแต่ละคนด้วย แม้มูลค่าของขยะจะน้อยนิด แต่คุณค่าของจิตใจทุกท่านมีค่าประมาณมิได้ "การเมืองร้อนๆ" สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันก็ดุจเดียวกันกับ ภาวะโลกร้อน คือ รอเวลาระเบิด หรือ รอเวลาปะทะ ก่อนการเลือกตั้ง ผู้รู้หลายท่านพยากรณ์ไว้ว่า หลังเลือกตั้งไม่เกิน ๖ เดือน จะปะทะนองเลือดแน่ เพราะองค์ประกอบ ของบ้านเมือง ยังไม่พร้อมกับการเลือกตั้ง คมช.และรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า ท่าดีทีเหลว ขึงขังในเบื้องต้น ลังเลในท่ามกลาง เกียร์ว่าง ในบั้นปลาย ขาดความสามารถ ขาดความจริงใจ สำคัญกับ ภาพลักษณ์ของตน มากกว่าการแก้ปัญหา วิกฤตของชาติ ย่างเข้าเดือนที่ ๔ สถานการณ์ดูน่าเป็นห่วงยิ่ง ส่อเค้าว่าอาจจะเป็นจริงตามคำพยากรณ์ การสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๒๘ มี.ค.๕๑ พ่อท่านฯส่งสัญญาณให้ไปร่วมให้มากๆ เพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนัก ให้กับฝ่ายที่เป็นธรรม ทวีมากขึ้น หลังการสัมมนา ญาติธรรมที่ไปร่วม ถูกกลุ่มอันธพาลการเมือง นปก. ใช้ก้อนอิฐหินขว้างปาถึงเลือด ต่อหน้าตำรวจ ที่นิ่งเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (หลังเข้าแจ้งความ ว่าถูกทำร้าย หลายเดือนต่อมา ตำรวจเจ้าเล่ห์แจ้งกลับกลายเป็นคดีลักทรัพย์ ไม่สามารถจับกุมได้) ๒ เม.ย.๕๑ ส.ส. การุณ โหสกุล พรรคพลังประชาชนกระโดดถีบ ส.ส.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่ง ในแกนนำพันธมิตรฯ ในรัฐสภา ทั้งสองเหตุการณ์เป็นสัญญาณบอกถึงความรุนแรง ที่อาจจะขยายออกไปในวงกว้างขึ้น แทนที่รัฐจะรีบเร่งแก้ปัญหา น้ำมัน ข้าว ฯลฯ กลับมีความพยายามแก้รัฐธรรมนูญอย่างเร่งรีบ เพื่อฟอกความผิด ของอดีตผู้นำ และพวก เป็นชนวนสำคัญ ที่ผู้รักความเป็นธรรม ส่งเสียงคัดค้าน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายอธรรมอ้างอำนาจที่ได้มาจากการเลือกตั้ง เสนาบดีสีเทาเหมือนจะลำพองกับอำนาจที่มี พูดกี่ทีกี่ที ก็ดึงดัน จะแก้ให้ได้ อ้างด้านๆ น้ำขุ่นๆ เพื่อประโยชน์กับ พรรคการเมืองในอนาคต ครม.ขี้เหร่สำนึกทางจริยธรรมพื้นๆต่ำเตี้ยมาก ปปช.มีมติว่าขาดคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี ยังดื้อตาใส เกาะเก้าอี้ อ้างไม่รู้กฎหมาย ...เข้าใจผิด...ศาลยังไม่บอกให้ออก ทั้งการดำรงอยู่ และการดำเนินไป ล้วนมีแต่การประพฤติมิชอบ รัฐตำรวจผงาด!ล้างบางลูกน้องเสรีฯโยกคนอำนาจเก่าเสียบพรึ่บ(ไทยโพสต์ ๑๖ เม.ย.๕๑) นายกฯสมัครให้ข่าว มีกลุ่มคนกำลังคิดทำการปฏิวัติ... คณะบิ๊กทหารเข้าเสริมเคราะห์ต่อชะตา ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่วิปริต ความเชื่อนอกพุทธ ยังคงมีอิทธิพล เหนือผู้มีอำนาจ ในสังคม แม้แต่การเดินสาย ทำบุญ ๙๙ วัดของคุณทักษิณ ด้านหนึ่ง ก็เป็นภาพที่ดูดี ได้ใจชาวบ้าน ซ้อนเสริม เป็นการตรวจแถวกองกำลัง ข่าวอีกด้านหนึ่งระบุ เป็นการแก้เคล็ด เสริมดวง โหราพยากรณ์หลายท่านระบุ พฤษภาฯนี้นองเลือดแน่... สมณะเดินดิน ติกขวีโร ได้สรุปท่าทีของพ่อท่านฯที่มีต่อสถานการณ์นี้ว่า...ไม่กลัว และ ไม่กล้า คือไม่กลัวเกรง อธรรม จนเกินการ แต่ก็ไม่ได้กล้า จนเหิ่มห่ามสูญเสีย การแสดงธรรมในรายการต่างๆของพ่อท่านฯ มักจะมีคำถามประเภทสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันเข้ามาประจำ พ่อท่านฯ ยังคงยืนยัน จุดยืนเดิม เลือกข้างธรรม รายการวิถีอาริยธรรม วันสงกรานต์ ๑๓ เมษายน มีประเด็นนำรายการ ธรรมะจะมีส่วนช่วยลดความร้อน ทางจิตใจผู้คน และบ้านเมืองพ้นวิกฤตได้อย่างไรบ้าง พ่อท่านฯ "ธรรมะนี่แหละจะช่วยลดวิกฤตได้แท้จริง วิกฤตบางเรื่องมันจำเป็นต้องใช้กฎหมาย ใช้ทางวัตถุธรรม ก็ระงับ ได้ชั่วคราว มีแต่ธรรมะเท่านั้น ที่ระงับวิกฤตได้ถาวร ผม ส.สีลวัณโณ เสนอแทรกข้อความข้างล่างในวงเล็บนี้... นั่นคือ วิกฤตของศาสนาพุทธและวิกฤตการเมือง จะแก้ได้ถาวรจากต้นเหตุที่แท้จึงอยู่ที่ชาวพุทธรวมถึงศาสนิกอื่นปฏิบัติตามเนื้อหาคำสอนให้ได้มากที่สุด ยิ่งเป็นนักการเมืองยิ่งต้องปฏิบัติให้จริงจังมากกว่าประชาชนทั่วไป...] อาตมายังมองไม่เห็นนักบริหาร นักปกครองที่คำนึงถึงคุณค่าทางธรรม คุณค่าทางธรรมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงคน เปลี่ยนแปลงตั้งแต่กายกรรม วจีกรรม ไปจนถึงจิตวิญญาณ หรือธรรมะ คือศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงคน โดยเฉพาะพุทธสอนให้รู้ถึงต้นตอของเหตุเกิด คือ โยนิโส โยนิโส แปลว่า ลงไปถึงเหตุที่เกิด มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา จิตเป็นประธาน เป็นตัวตั้งต้น จิตเป็น อำนาจ จิตเป็นใหญ่ จิตนี่แหละ เป็นตัวทำ เป็นตัวรู้ เป็นตัวมีพลังแรง มีสมรรถนะ มีความสามารถ เพราะฉะนั้น จิตเป็นตัวสำคัญที่สุดในความเป็นมนุษย์... [จากนี้ไปที่ได้จากการถอดเทปเสียง พ่อท่านฯจะลงลึกไปที่การปฏิบัติ ซึ่งมันยาวมาก ไม่สามารถสรุปให้ได้คำตอบจากประเด็นถามข้างต้น...ธรรมะมีส่วนช่วยลดความร้อนทางจิตใจ และธรรมะจะช่วยบ้านเมืองพ้นวิกฤตได้อย่างไร...] ผม ส.สีลวัณโณ เสนอข้อความในวงเล็บข้างล่างนี้ให้พ่อท่านฯได้พิจารณาครับ... ธรรมะจึงคือวิถีเดียวที่จะลดความร้อนทางจิตใจและช่วยบ้านเมืองให้พ้นวิกฤตได้ แม้ที่สุดบ้านเมืองจะไม่พ้นวิกฤต แต่จิตใจของผู้มีธรรมะ จะไม่ทุกข์ เพราะปล่อยวางใจได้ เข้าใจความจริงตามความเป็นจริง ด้วยมันเป็นกรรมวิบากร่วมของสังคม ต้องยอมรับ...] วลีเด็ดของพ่อท่านฯในอุณหภูมิการเมืองเดือนเมษายนนี้..."แรง เพื่อให้คนละอาย เกรงกลัวบาป สุภาพ ต้องให้คน เข็ดชั่ว" สร้างธัมมัญญารังสีฝ่าวิบัติภัย ความพยายามสร้างองค์ประกอบให้บ้านราชฯเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรเป็นจำนวนพัน ยังคงเดินหน้า เพื่อสร้าง ธัมมัญญารังสี ให้มีขนาดที่โตใหญ่ขึ้น เป็นรูปธรรม เด่นชัดขึ้น จะได้เป็นตัวอย่างชี้ชวน ให้ชุมชนอื่น ถือเป็นแบบ ชุมชนเข้มแข็ง ท่ามกลาง สถานการณ์ ที่วิกฤตในทุกด้าน ภาวะโลกร้อน พลังงาน อาหาร เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตั้งแต่ปีใหม่จนถึงวันนี้ ๕ เดือน มีผู้สมัครเป็นสมาชิกบ้านราชฯเพิ่มขึ้น ๒๐ ราย ได้แค่นี้ก็นับว่าดีแล้ว แม้จะห่างไกล จากเป้าหมาย อยู่มาก เพราะการสละ ละทิ้งบ้านช่อง เรือนชาน และเครือญาติน้อยใหญ่ ไม่ใช่จะทำได้โดยง่าย ผู้สามารถสละ ในสิ่งที่ติด ที่ยึดมานานได้ เป็นเรื่องน่ายกย่อง สรรเสริญยิ่ง งานสร้างบ้านแปลงเมืองที่ราชธานีอโศก ยังมีอีกมาก การปรับภูมิทัศน์มีหลายโครงการ ทั้งขนเรือ ขนหิน สร้างภูเขา ลำธาร ซ่อมสร้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ต้องใช้ทั้งทุน และแรงงานมาก ปัจจุบันบ้านราชเอง ก็มีงานอบรมชาวบ้าน มากกว่า ชุมชนอื่น ของชาวอโศกอยู่แล้ว ขณะที่งานการศึกษา งานกสิกรรม และวิสาหกิจชุมชน ก็ยังคงต้องเดินหน้า พ่อท่านฯแบ่งเวลาอยู่ประจำที่สันติอโศกครึ่งเดือน อีกครึ่งเดือนไปอยู่บ้านราชฯ งานขนเรือเที่ยวที่สองถึงบ้านราชฯ ๙ พ.ค. ทุกท่านปลอดภัย เที่ยวแรกทำดวงไฟฟ้าและ เสาไฟฟ้า เสียหาย เที่ยวที่สองนี้ เกิดไปชนรถทัวร์ กระจกอย่างดี แตกเสียหาย บริษัทต้องเปลี่ยนรถ ให้ผู้โดยสาร เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่ การไฟฟ้า -ทนาย -นายประกัน -เจ้าของรถทัวร์ ทั้งหมด รู้จักชาวอโศก ทำให้การชดใช้ค่าเสียหาย ผ่อนจากหนัก เป็นเบา พ่อท่านฯนำพาสร้างชุมชนบุญนิยม ท่ามกลางโลกทุนนิยม บุญนิยมเหมือนเศษขี้ผงเล็กๆของทุนนิยม แต่ก็ยังสามารถ หยัดยืนอยู่ได้ ทุนนิยมครอบงำสังคมในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา สื่อสารมวลชนและการเมือง รวมถึง ศาสนาด้วย อีกทั้งครอบงำ ได้ทุกระดับ ตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงหอคอยงาช้าง ตั้งแต่แบเบาะไปจนแก่เฒ่า วัดพระธรรมกาย มีข่าวเป็นระยะๆว่านักการเมืองหลายท่าน รวมทั้งคุณทักษิณ ไปร่วมกิจกรรม และอาศัย สถานที่ เคลื่อนไหว ในกิจกรรมของรัฐ ข่าวไทยโพสต์ ๑๔ พ.ค.๕๑ นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอ้างถึงซีดีเพลง ซึ่งเป็นผลงานประพันธ์ของ เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย มีเนื้อหา ถล่ม พล.อ.เปรม เผยแพร่ ในพื้นที่ ภาคอีสาน มานานแล้ว ประชาธิปไตยในวันนี้ จึงเป็นประชาธิปไตยเทียมๆ ในร่างทรงของทุนนิยม เป็นที่รู้กันโดยทั่วว่า การเลือกตั้ง ทุกระดับ เต็มไปด้วยทุจริตนานา โดยการสนับสนุนของกลุ่มทุน เมื่อได้อำนาจก็ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ทั้งธุรกิจของตนและกลุ่มทุนที่สนับสนุน ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ฮั้วประมูล โครงการใหญ่น้อย ผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตเชิงนโยบาย แก้กฎเพื่อซดคำโต ...ฯลฯ ขณะที่ชาวบ้าน ยังคงพอใจ กับการได้เศษส่วนเล็กๆน้อยๆที่นักลากตั้ง ทั้งหลายหยิบยื่นให้ อุปถัมภ์นิยม จึงส่งผลสำคัญทุกครั้ง กับการเลือกตั้ง แบบไทยๆ ผู้แทนทุกวันนี้ ร่างทรงหนึ่งคือตัวแทนชาวบ้านที่พอใจกับอุปถัมภ์นิยม อีกร่างทรงหนึ่งก็คือ เป็นตัวแทนของ กลุ่มทุนใหญ่น้อย ที่เลวร้ายยิ่งก็คือการรรวมตัวของกลุ่มทุน เพื่อสร้างทุนที่ใหญ่กว่ากลุ่มทุนอื่น แล้วใช้ทุน ที่โตใหญ่นั้น ดูดดึง นักลากตั้งเหล่านั้น ให้มาเป็นพรรคเป็นพวก เพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจรัฐ และตำแหน่งต่างๆ จากทุนท้องถิ่น-ทุนเมือง-ทุนชาติ-ทุนข้ามชาติ แลกกับผลประโยชน์ท้องถิ่นไปจนถึงผลประโยชน์ข้ามชาติ สอดรับกับทัศนะของ คุณสุรเธียร จักรธรานนท์...เหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นนี้ ยังมีตัวละคร อีกมาก ที่ไม่ได้ ปรากฏเป็นข่าว กลุ่มทุนนั้น เชื่อมโยงถึงกันหมด และไม่ใช่แค่ทุน ในประเทศเท่านั้น... สอดรับกับ ลม เปลี่ยนทิศ ไทยรัฐ ๑๖ พ.ค.๕๑ ...พล.อ. เตียบัณห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาบอกว่า ธุรกิจที่ พ.ต.ท. ทักษิณ สนใจจะไปลงทุน ในจังหวัดเกาะกง คือ ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ มีทั้งกาสิโน สถานบันเทิง ครบวงจร โดยจะเช่าเกาะทั้งหมดแล้วลงทุนพัฒนา แต่เรื่องธุรกิจพลังงานและน้ำมัน ยังไม่ได้พูดคุยกัน อย่างเป็นทางการ ต้องหารือกับสมเด็จฮุน เซน ก่อน... สงครามรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น ชาวอโศกยังคงยืนข้างพันธมิตรฯ ขณะที่อีกข้างหนึ่ง คือกลุ่มทุนมหึมา ทั้งที่เห็นได้ และที่มองไม่เห็น โดยมีนักลากตั้ง ทุกระดับเป็นมวล มีซ้ายใหม่นิยม เป็นแนวร่วม มีความหยาบต่ำของ นปก. เป็นทัพหน้า มีรัฐตำรวจหุ่นเชิดเป็นอีแอบ มี ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อหลบเลี่ยง ความผิด เป็นตัวจุดชนวน ความบ้าคลั่งของ นวพล กระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้าน ในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่ถูกยุยง ปลุกปั่น ว่าอีกฝ่าย คือคอมมิวนิสต์ เป็นความโหดร้ายรุนแรง ที่ไม่มีใครคาดคิด มาก่อนว่า จะเป็นไปได้ ถึงเพียงนั้น แม้แต่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ก็ไม่มีใครคิดมาก่อนว่า ทหารจะทำร้ายประชาชน ได้ถึงขนาดนั้น การร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจอธรรมครั้งนี้ นปก. นปช. ในวันนี้คล้าย นวพล กระทิงแดง และ ลูกเสือชาวบ้าน ในวันนั้น จึงควรระมัดระวังให้มากๆ มิเช่นนั้นแล้วเราอาจจะต้องสูญเสีย ในสิ่งที่ไม่สมควร จะสูญเสีย ก็เป็นได้ สถานการณ์บ้านเมืองยามนี้ อึมครึมข่าวปฏิวัติรัฐประหารได้ยินบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับข่าวซ้ายใหม่นิยมถี่ขึ้น มากจริงๆ ผลพวงของประชาธิปไตยเทียมๆ ในเงาร่างของทุนนิยม ซาตานในยุคโลกาภิวัตน์ มันก่อทุกข์ก่อภัยให้กับสังคมอย่างยากที่จะแก้ไขได้ ในเร็ววันจริงๆ ที่น่าเป็นห่วงยิ่งก็คือ ประชาชนกำลังจะเข่นฆ่ากันเอง ด้วยเลศเล่ห์ของการเมืองทุนนิยมที่กระหายอำนาจ ข่าวพายุนาร์กีสถล่มพม่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อ่านข่าวแล้วก็สลดสังเวชสงสารผู้ประสบภัย เมื่อวาน ๑๓ พ.ค. ได้ข่าว แผ่นดินไหว ในจีน คนตายเรือนหมื่น ภัยธรรมชาติต่อมนุษย์ ยังไม่ร้าวลึกเท่า ภัยที่เกิดจากมนุษย์กระทำต่อมนุษย์เอง ๒๕ พ.ค.๕๑ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมประท้วง ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเคลื่อนขบวน มุ่งสู่ ทำเนียบรัฐบาล แต่เข้าไปติด การต้านของตำรวจ อยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ชาวอโศก ในนาม กองทัพธรรม เฉพาะฆราวาส พรักพร้อมกันออกไป ร่วมชุมนุมด้วย อย่างแข็งขัน ข่าวจากหนังสือพิมพ์ มติชน ๒๖ พ.ค.๕๑ พาดหัวข่าว ฝ่ายต้านไล่ตีพันธมิตรฯ ปะทะเดือด! เจ็บนับร้อย -สาหัส ๑๐ ตร.ปล่อยฝ่ายต้าน ไล่ตีกลุ่มพันธมิตรฯ เลือดอาบทั้ง ๒ ฝ่าย นับร้อย ไม่กล้าเข้าระงับเหตุ-จับกุม พิธีกรเอเอสทีวี เจอของแข็ง ปาหัวแตกเลือดอาบ ระหว่างเคลื่อนขบวน บุกทำเนียบกลางดึก นัดชุมนุมยืดเยื้อ กดดัน สมัคร ยุติล้มล้างรัฐธรรมนูญ จากนั้นไปสภาต่อ ยื่นถอดถอน ส.ส.-ส.ว. ...เมืองไทยในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีต้นทุนตํ่าอย่าง นายสมัคร สุนทรเวช บริหารบ้านเมือง นอกจาก จะไม่ค่อยมีผลงาน เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ยังเป็นยุคที่บ้านเมือง เสื่อมที่สุด ตกต่ำที่สุด ผู้คนไร้ยางอาย ไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรม ไม่รู้จัก ที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ประชาชนมองเห็น การทุจริตคอรัปชัน เป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ทหารใหญ่ ก็ยังพูดจา เอาตัวรอดไปวันๆ ฯลฯ...(ลม เปลี่ยนทิศ ไทยรัฐ ๒๑ พ.ค.๕๑) ...บ้านเมืองกำลังมีทุกข์ มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ล้วนแต่กระทบชีวิต ความเป็นอยู่ ของประชาชน ในประเทศ อย่างหนักหน่วง แต่รัฐบาล และผู้แทนประชาชน ผู้มีอำนาจ หน้าที่ ในการบริหารราชการแผ่นดิน บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาราษฎรชาวไทย กลับละเลย และไม่แสดงฝีมือ ในการแก้ปัญหา ละเว้น ไม่ดำเนินการ ตรวจสอบ เอาผิดกับขบวนการ ล่วงละเมิด ล้มล้าง สถาบันสูงสุด แต่กลับใช้เวลา ใช้โอกาส ใช้อำนาจที่ได้มา จากประชาชน มุ่งนำไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ ฉีกรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน เพื่อให้ตนเอง และพรรคพวกพ้อง รอดพ้นความผิด จากกระบวนการยุติธรรม ที่กำลังทำงานอยู่ บัดนี้ ประชาชนจึงไม่สามารถไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ในอำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป... (ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง น.ส.พ.แนวหน้า ๒๖ พ.ค.๕๑) การแสดงธรรมหลายๆครั้งของพ่อท่านฯในเดือนพฤษภาคมนี้ มีประเด็นประชาธิปไตย ที่แท้จริง ควรเป็นอย่างไร ในทรรศนะ ของพ่อท่านฯ แม้ดูจะเป็น อุดมคติ อุดมการณ์มาก ดูห่างไกล กับความเป็นจริง ในปัจจุบันมาก ขอถ่ายทอด เฉพาะหัวข้อไว้ดังนี้ (ผู้สนใจเนื้อหาติดตามได้ที่ฝ่ายเผยแพร่) การเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ
ปฏิบัติธรรมเคี่ยวเข้ม ที่มัฆวานรังสรรค์ ผมจะไปบิณฑบาต ที่ชุมนุมสะพานมัฆวานฯ ให้ทันก่อนเวลา ๙ นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่นายกฯ สมัคร จะประกาศ เกี่ยวกับสถานการณ์ ที่พันธมิตรฯชุมนุม เป็นจุดเปลี่ยนที่จะต้องเข้าร่วมแล้ว สมณะรูปใดจะไปร่วมบิณฑบาตกับผมก็ไป ทั้งสันติอโศกและ ปฐมอโศก เสียงประกาศ ของพ่อท่านฯ ในเช้าของ วันเสาร์ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๗.๑๖ น. ดังขึ้นก้องไปทั่ว พุทธสถาน สันติอโศก โดยไม่มีใครคาดว่าจะเกิดเร็วปานนี้ หลังเสียงประกาศ ไม่ถึง ๑๐ นาที สมณะ-สามเณร-สิกขมาตุกว่า ๒๐ รูป พร้อมที่จะไปร่วม ขณะรอขึ้นรถ เพิ่งมีเวลาประเมินสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประวัติศาสตร์ทั้งไทยและเทศ ผู้มีอำนาจ ที่ไร้ธรรม มักใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม การไปร่วม จึงควรเอาสิ่งของ ไปให้น้อยที่สุด บาตร-ช้อน-แปรง และยาสีฟัน -พลาสติกกันฝนเท่านี้พอ เครื่องบันทึกเสียงติดไป เผื่อจะใช้ ๐๘.๐๐ น. รถออกจากสันติฯ ทั้งหมด ๓ คัน สมณะ ๒๑ รูป สิกขมาตุ ๓ รูป สามเณร ๓ รูป ขณะเดินทาง เตรียมใจรับความรุนแรงที่อาจจะเกิด จากปัจจัยหลายๆด้าน อาจเจ็บ และอาจตายได้ ไม่มีอะไร เป็นหลักประกันได้ว่า ความรุนแรงจะเกิดหรือไม่เกิด ถึงทางเข้าด้านวัดมกุฏฯ ตำรวจตั้งด่านกั้นไว้ ตำรวจหลายท่านเลิ่กลั่กไม่กล้าตัดสินใจ มีท่านหนึ่งอ้างว่า นายสั่ง ไม่ให้เอารถเข้า พ่อท่านฯและสมณะต้องลงจากรถ คำสั่งห้ามรถเข้า ยิ่งเพิ่มน้ำหนักของการเตรียมสลายการชุมนุมให้เป็นจริงมากขึ้น พ่อท่านฯ เปรยกับตำรวจว่า รถของเรามีป้ายกองทัพธรรม จอดไว้ข้างนอกมันไม่ปลอดภัย จึงจะเอาไปจอดข้างใน ท่าทีของพ่อท่านฯ ไม่ได้แสดงน้ำหนัก ของการจะเอารถเข้าไปให้ได้ เพียงแค่ขอความเห็นใจ แต่ไร้ผล ขณะกำลังยืนรอ สมณะจากรถคันอื่น คุณสุเทพร่างหนาใหญ่ ในชุดของการ์ดพันธมิตรฯ ดึงเอาแผงเหล็กออก รถที่จอดรอ อยู่ตรงแผง ขับเข้าไปทันที ๓ คัน ตำรวจหลายท่าน ยืนงงๆ ท่านที่อ้างนายห้ามนั้น ทั้งตกใจและโกรธ แล้วตะโกน เรียกเพื่อนตำรวจ ที่นั่งคุยกันอยู่ริมทางเท้า ให้มารวมกัน เพิ่มน้ำหนัก ให้ดูเกรงขามมากขึ้น ขณะเดินบิณฑบาต ไปตามเส้นทางสู่ด้านหลังเวที มอเตอร์ไซค์ตำรวจ ๓ คันขับผ่านด้านหลัง ไปอย่างเร็ว เพื่อตามหา รถ ๓ คัน ที่แล่นเข้าไปเมื่อสักครู่ ถ้าพบคงสั่งให้รถ กลับออกไป จากที่ชุมนุม รถอีกคัน ที่นำสมณะมา ถูกตำรวจสกัด ไม่ยอมให้เข้าอีก พลตรีจำลอง รีบไปเจรจากับตำรวจ... ครู่ต่อมา ได้ยินเสียงพลตรีจำลอง ประกาศที่เวที ขอแรงพี่น้องและนักข่าว ไปที่ด่านตำรวจ ด้านวัดมกุฏฯ เพราะตำรวจ ลิดรอน สิทธิเสรีภาพ ในการชุมนุม ผมไปถามเขาว่าทำไมไม่ให้เข้า เขาบอกว่านายสั่ง ผมก็บอกเขาไปว่า แล้วถ้าคำสั่งนั้น มันไม่ชอบ คุณยังจะปฏิบัติอีกหรือ เขาจะเข้าไปใช้สิทธิ และเสรีภาพของเขา มันผิดกฎหมาย ข้อไหน พี่น้องครับ เราไปกัน จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นสักขีพยานว่า ตำรวจห้ามประชาชน เข้าร่วมชุมนุม เป็นการปฏิบัติ หน้าที่ไม่ชอบ และขอให้สื่อ นำเสนอเรื่องนี้ กับประชาชนด้วย มีเสียงฮือ...ด้วยอารมณ์ไม่พอใจของผู้เข้าชุมนุมหลายคน มีเสียงก่นด่าตำรวจ เกิดขึ้นด้วย ครู่ต่อมา ได้ยินเสียงประกาศจากทางเวทีว่า ตำรวจเขายอมปล่อย ให้รถเข้าออกได้แล้ว ขณะยังเดินบิณฑบาตอยู่ ได้ยินเสียงถ่ายทอดสัญญาณ ประกาศของนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ...ประเทศกำลัง ไปได้ด้วยดี พันธมิตรฯ ชุมนุม ก่อปัญหามาก... ผมเป็นนายกฯ เตรียมพร้อมแล้ว ทั้งทหาร ตำรวจ...จะแตกหัก ภายในวันนี้... ฟังแล้ว ทำใจเตรียมรับกับ อำนาจอธรรม คาดว่า เขาต้องเร่งสลาย ให้เร็วที่สุด เวลาที่ผู้ชุมนุมน้อยที่สุด คือก่อนเที่ยง คนเรือนพัน สลายง่ายกว่าหมื่น ฉันอาหารเพียงแค่ พอประทังกระเพาะ เตรียมรับกับสถานการณ์ ที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะหนัก จะแรง ขนาดไหน หากคับขัน ฉุกเฉิน การขับถ่าย ตามธรรมชาติ ของร่างกาย จะได้ไม่เป็นปัญหาเพิ่ม ฉันเสร็จก่อนท่านใด รีบเข้าห้องน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมกับ การสลายการชุมนุม ที่กำลังจะเกิดขึ้น ๑๑ นาฬิกาเศษ อดีต ส.ส.เสกสรรค์ แสนภูมิ มากราบและให้ข้อมูลว่า ตำรวจเอาป้ายชื่อ และเครื่องหมายยศชั้น ออกแล้ว เตรียมพร้อม ก่อนสลาย ๑๒.๐๐ น. คุณป่าร่ม แจ้งว่า ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ บอกเขาเตรียมกำลังสลายจริง ๑๒.๐๖ น. คุณสำราญ รอดเพชร และคุณอัญชลี ไพรีรัก สองพิธีกร บนเวที ส่งเสียงประกาศ ชักชวนประชาชน ที่อยู่ที่บ้าน ให้ออกมาร่วม ให้มากๆ เสริมรับกับ ข้อมูลข้างต้น สายข่าวกับสายข่าวด้วยกัน ได้ข้อมูลตรงกัน สลายแน่ น่าอัศจรรย์ หลายคนในที่ชุมนุม ทั้งๆที่รู้ว่า ตำรวจเตรียมกำลัง เข้ามาสลายแน่ แต่ดูเขายังยิ้มแย้ม ไม่สะทกสะท้าน ทั้งหนุ่มสาว และ คนสูงวัย หลายคนดูภายนอก ไม่น่าจะมีจิตใจกล้าหาญ ดูเขาน่าจะรักสุข รักสบาย มากกว่ากล้าเจ็บ กล้าตาย ๑๒.๒๐ น. ข้าพเจ้าเปรยถามขึ้นมาว่า ถ้าเขาใช้กำลังเข้ามาสลายจริงๆ เราจะปฏิบัติตัวอย่างไร ถ้าเขาเชิญขึ้นรถ...เราไม่ขึ้น นั่งสงบ ถ้าเขาใช้กำลังตำรวจมาอุ้มพ่อท่านฯไปหละ คุณการุณ ใสงาม รีบตอบ...ไม่ได้ ญาติธรรมต้องฉุดรั้งไว้ ไม่ยอม หากเขาเอาจริง ก็ต้องปล่อยเขา ๑๓.๑๐ น. ๕ แกนนำขึ้นเวที ประกาศเชิญชวนเป็นระยะๆ ให้ผู้ชมออกจากบ้านมาร่วมกันให้มากๆ อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ท้าให้ประกาศกฎอัยการศึกเลย จะยอมให้จับ ๑๓.๔๙ น. พลตรีจำลองมากราบพ่อท่านฯแล้วกล่าวยิ้มๆ มีอารมณ์ขันว่า...ชวนกันมาเยอะๆ เดี๋ยวไม่มีที่ให้เขาอยู่ ๑๔.๒๐ น. ญาติธรรมทยอยกันมารวมตัวที่เต็นท์หน้าพ่อท่านฯและหมู่สมณะนั่งอยู่ คุณแซมดิน แนะนำ วิธีปฏิบัติ เมื่อมีการสลาย การชุมนุม สงบ...อหิงสา ๑๕.๕๐ น. ภาพจากกล้องของโทรทัศน์ ตำรวจที่สะพานมัฆวานฯเคลื่อนไหวเตรียมพร้อม หมวก โล่ รถดับเพลิง และ รถคุมขังหลายคัน ๑๖.๐๗ น. แกนนำทั้ง ๕ ขึ้นอ่านแถลงการณ์ โดยคุณพิภพ ธงไชย การชุมนุมของพันธมิตรฯ เป็นการปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ การจะสลายการชุมนุม โดยที่ไม่มีเหตุอันควรก็เป็นการละเมิด ผิดกฎหมาย หากมีการจับกุมแกนนำก็จะมีแกนนำชุดใหม่ขึ้นมา ๑๖.๒๐ น. หมอเกรียงศักดิ์ จากหาดใหญ่ แนะนำการปฏิบัติเมื่อเจอแก๊สน้ำตา อย่าตื่นตระหนก ให้มีสติ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด ห้ามขยี้ แล้วให้ประชาชน ซ้อมนอนราบกับพื้น เมื่อตำรวจเข้ามาสลาย ๑๗.๐๗ น. คุณแซมดิน บอกว่า มีคำสั่งให้เครื่องเสียงของพันธมิตรฯหยุดกระจายเสียง เขาจะใช้หน่วย อรินทราช เข้ามาจัดการ ๑๗.๑๑ น. พิธีกรบนเวทีคุณยุทธิยงค์ แจ้งว่ามีข้อความส่งมาบอก อีกไม่กี่นาที ตำรวจผู้ใหญ่ จะเข้ามาเจรจา แกนนำ ขอให้เปิด เส้นทางการจราจร ๑๘.๓๐ น. ท่านจันทร์มาปรึกษาพ่อท่านฯ น้องสาวคุณสนธิ เสนอว่าอยากให้มี สมณะไปนำสวดพาหุงฯ พ่อท่านฯทักว่าพวกเราสวดมันไม่ขลัง เพราะเราไม่ได้สวดเสียงมีทำนองอย่างที่คนส่วนใหญ่เขาคุ้นชิน หลังจาก หารือกันสักครู่ มีสมณะ ที่เคยสวดเอื้อนทำนอง อาสาขึ้นไป พร้อมพระอาคันตุกะ ทั้งหมด ๕ รูป มีท่านจันทร์นำ และ ในเวลาต่อมาทั้งหมดได้ขึ้นเวทีสวดบทชนะมาร แม้การสวดจะไม่ขลังเท่าใดนัก แต่ก็เป็นจิตวิทยาที่ดี กับสถานการณ์ อย่างนี้ ดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังมีข่าวจะใช้กำลังสลายการชุมนุม นับเป็นคืนวันที่ระทึกใจทั้งวัน วันรุ่งขึ้น ๑ มิ.ย.๕๑ ข่าวจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า จากบางส่วนที่ชี้ให้เห็นเลศเล่ห์ของรัฐบาลหุ่นเชิด ปั้นน้ำเป็นตัว ปั้นเรื่องปั้นราว โป้ปดมดเท็จหน้าตาเฉย ๑๙.๓๐ น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย แถลงว่า ได้รับมอบหมายจาก นายสมัคร ให้มาชี้แจงขยายความ สิ่งที่ นายสมัคร ประกาศสลายการชุมนุม เนื่องจาก ได้รับรายงานว่า มีคนเตรียมก่อเหตุร้าย ในกลุ่มผู้ชุมนุม เช่น วางระเบิด วางเพลิง ซึ่งวิธีป้องกัน ที่ดีที่สุด คือ การสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตามได้สืบทราบว่า ผู้สมคบก่อเหตุร้ายดังกล่าว ได้วางแผนอยู่ที่สำนักกฎหมายย่านบางโพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้สกัด แผนการดังกล่าว สำเร็จแล้ว แต่ไม่สามารถ จับกุมตัวได้ เพราะคนกลุ่มนี้ รู้ตัวก่อน จึงล้มเลิก แผนป่วน ของตัวเอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า จะไม่มีการสลายการชุมนุม เพราะไม่มีรัฐบาลใดทำร้ายประชาชน ดังนั้น ให้พันธมิตรฯ ชุมนุมต่อไป แต่อย่าทำ สิ่งผิดกฎหมาย และนายสมัคร ก็ได้สั่งการให้ตำรวจไปแล้วว่า อย่าดำเนินการใดๆ เพื่อสลาย การชุมนุม เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขเรื่องมือที่สามเข้ามาแล้ว ต่อมา นายสมัครแก้ตัวหน้าตาเฉยว่า ไม่เคยบอกว่าจะสลายม็อบ และยืนยันว่าไม่เคยมีความคิด ใช้ความรุนแรง กับการชุมนุม ข่าวปฏิเสธ ยังไม่ทันจาง นายสมัครเรียก ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร. เพื่อหารือด่วน ถึงแนวทางที่จะใช้ พ.ร.ก. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ได้รับการปฏิเสธว่า ยังไม่จำเป็นต้องใช้ ร.ต.อ.เฉลิมยังคงใช้นิสัยเดิมๆ วิธีการเก่าๆ ปูดข่าวป้ายสีว่า มีการขนแรงงานพม่าจากมหาชัยมาร่วมชุมนุม ต่อมา ก็กล่าวหาว่า จปร.๗ ขนอาวุธ ให้ผู้ชุมนุม แต่ก็ถูกฉีกหน้าโดย ผบ.ตร. ตอบนักข่าวว่า ไม่มีการเคลื่อนย้ายอาวุธ แต่อย่างใด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกมาแฉว่า เป็นการสร้างกระแสข่าว เพื่อทำลายความชอบธรรม ของพันธมิตรฯ และ เพื่อใช้เป็นเหตุผลใน การใช้กำลังสลายการชุมนุม ญาติธรรมชาวอโศกที่เข้าร่วมการชุมนุมล้วนกำลังปฏิบัติธรรมขั้นอุกฤษฏ์ ท่ามกลางเปลวแดด -สายฝน -เสียงก่นด่า -ภัยพาล ทั้งจากอำนาจมืด และอำนาจรัฐ วิถีชีวิตเปลี่ยน งาน-กิน-นอน-ขับถ่าย ยากลำบาก ทิ้งไร่นา -ทิ้งการงานอาชีพ -ทิ้งรายได้ ที่เคยได้ มาสู่งานบริการทุกด้าน ทั้งอาหาร -ความสะอาดสถานที่ -รักษาความปลอดภัย -งานเอกสาร- งานต้องรับผิดชอบสารพัด ที่กลายเป็นชุมชน คนแต่ละทิศแต่ละทาง มาอยู่รวมกัน ...เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด... แกนนำและนักปราศรัย เด่นในเรื่องของข้อมูลทางการเมือง ทำให้ผู้ชมผู้ฟังเกิดจิตใจเข้าร่วมการต่อสู้ จำนวนมาก ตอบโต้ประเด็นทางการเมือง ที่เกิดขึ้นอย่างถึงพริกถึงขิง เอเอสทีวี เป็นหลักในการถ่ายทอดสัญญาณตลอด ๒๔ ชั่วโมงไปยังผู้ชมทั่วโลก การจัดเวที การจัดรายการ พิธีกร เพื่อสื่อสาร ความจริง ของการชุมนุม ออกเผยแพร่ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ ขณะที่รายได้ จากโฆษณา ไม่พอกับค่าใช้จ่าย กองทัพธรรม พฤติกรรมเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่าเป็นผู้มีศาสนา ทรหด อดทน ลดละ เสียสละ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีความเป็น เอกภาพสูง เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน เป็นอยู่เรียบง่าย มีระเบียบวินัยสูง ทำให้เป็นตัวอย่าง ของการชุมนุม อย่างสันติ อหิงสา อโหสิ ปราศจากอาวุธ เป็นความเด่นชัด ที่ผู้ร่วมชุมนุมสัมผัสได้ พ่อท่านฯนำเอาหลักการอหิงสา ของมหาตมา คานธี ประกอบการเทศน์ย้ำซ้ำในเดือนมิถุนายนนี้ทั้งเดือน การปักหลักชุมนุมเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่ในการต่อสู้กับอำนาจอธรรม เพราะวิถีทางรัฐสภาเป็นง่อย เป็นเผด็จการ ในร่างประชาธิปไตย ไม่แก้ปัญหาของชาติก่อน กลับเร่งแก้ รัฐธรรมนูญ เพื่อฟอกความผิด ของนายใหญ่ และพวก กระบวนการยุติธรรมถูกตัดตอน ทั้งตำรวจ-อัยการทำงานอย่างเลือกปฏิบัติ ขาดความยุติธรรม รัฐบาลใช้อำนาจ ทุกรูปแบบ เพื่อประโยชน์ ของตนและพรรคพวก หากไม่ปักหลักชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลมิให้กระทำอะไรๆได้ตามอำเภอใจ รัฐบาลจะใช้อำนาจ ที่ไม่ชอบธรรม มากขึ้นเรื่อยๆ การลาออกของ คุณจักรภพ การถอนชื่อของ ส.ว.ที่ร่วมลงชื่อ แก้ไขรัฐธรรมนูญ การลดความแข็งกร้าว ของคุณสมัคร และ คุณเฉลิม ก็มาจากการชุมนุมปักหลัก ของพันธมิตรฯ อย่างไม่เกรงกลัว อำนาจอธรรม การปักหลักชุมนุมเป็นหนทางเดียวที่จะเผยแพร่ข่าวสารความไม่ชอบธรรมของรัฐ ไปยังประชาชนให้ได้ มากที่สุด พื้นที่ข่าว ของสื่อไทย และเทศ จะได้มีต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ สำคัญๆ ที่เกิดขึ้น และการปักหลักชุมนุม เป็นที่มั่น สุดท้าย ของผู้ที่รักความเป็นธรรม จะได้มาผนึก ร่วมกันสู้ อย่างมีพลัง มากกว่าต่างคนต่างสู้ ความเดือดร้อนของนักเรียนและชาวบ้านสัญจรไม่สะดวกเป็นเพียงผลข้างเคียงเล็กน้อย แต่การหยุดยั้งอำนาจ ที่ไม่ชอบธรรม เป็นผลตรง ที่สำคัญยิ่งใหญ่ สำหรับประเทศชาติ มากกว่า ไม่มีการต่อสู้ใดๆที่จะไม่สูญเสีย หากยังมีจิตใจ รักความเป็นธรรม ย่อมต้องยอมสูญเสียสิ่ง เล็กๆน้อยๆบ้าง เพื่อแลกกับ ผลประโยชน์ อันมหาศาล ที่จะเกิดขึ้น กับสังคมและประเทศชาติ การร่วมชุมนุมของชาวอโศก หากมองอย่างทุนนิยมมีแต่เสียกับเสีย สูญเสียเวลา แรงงาน ทุนรอน และชื่อเสียง ที่เคยมี เพราะประชาชนส่วนใหญ่ ยังรับไม่ได้กับการที่ องค์กรศาสนา เข้ามาร่วมเคลื่อนไหว ทางการเมือง อย่างเต็มรูป ขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ในประวัติศาสตร์ ของชาติไทย ถ้ารัฐใช้อำนาจสลายการชุมนุม อาจจะสูญเสียเลือดเนื้อ สูญเสียชีวิต หรือสูญเสีย อิสรภาพถูกจับกุมคุมขัง สิ่งเดียวที่จะได้ในทัศนะของบุญนิยม คือ การได้เสียสละ แต่ เสนาบดีรัฐสีเทา ป้ายสีว่า ได้เผยแพร่ลัทธิ แสวงหาบริวาร เป็นปกติของนักการเมืองที่ต่ำทราม ให้ร้ายป้ายสีเป็นนิสัย เพื่ออำนาจ สามานย์ยิ่งกว่ามุสาก็ทำได้ เป็นเรื่องโจ๊กๆ ถ้าจะมีใครคิดเผยแพร่ลัทธิและแสวงหาบริวารด้วยวิธีอย่างนี้ หากผลที่สุดรัฐบาลยังคงอำนาจ ต่อไปได้ คุ้มหรือ กับการได้แล้วดับ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (รองประธานศูนย์ฯมีตำแหน่งในรัฐบาลสมัคร หลายท่าน ร่วมเคลื่อนไหว กับ นปช. เป็นแกนนำรุ่น ๒ ก็มี) มีทัศนคติที่เป็นลบกับชาวอโศกมาตลอด ล้วนตรรกะ คิดนึกเอาเอง จะมีเจตนามุสาหรือไม่อยู่ที่ตัวท่านเองย่อมรู้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ให้ร้ายกองทัพธรรม ว่าเข้าร่วมชุมนุมเพราะ กลัวจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อบรรจุพระพุทธศาสนา เป็นศาสนา ประจำชาติ แล้วสันติอโศกจะอยู่ไม่ได้ เดือนมิถุนายนนี้ มีหลายเวบไซต์ที่มีการนำเสนอให้ร้าย "กองทัพธรรม" แบบเดียวกับ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย เวบไซต์ ประชาทรรศน์ ที่มีผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์เป็นเจ้าของ เวบไซต์ โลกวันนี้ ที่นักเขียนหลายท่าน เป็นแกนนำ นปช.และรัฐบาลหุ่นเชิดนี้ เนื้อหาไม่มีอะไรใหม่ ล้วนเป็น ข้อกล่าวหาเดิมๆ เดียวกับ ๒๐ ปีที่แล้ว... พระเถื่อน นอกรีต มารศาสนา ฯลฯ งานอโศกรำลึกปีนี้ จำต้องย้ายไปจัดในที่ชุมนุมฯเท่าที่จะสามารถทำได้ในสถานที่อย่างนั้น ขณะที่รายการ ของโทรทัศน์ช่อง เพื่อมนุษยชาติปรับไปตามเหตุการณ์ของการชุมนุม เชื่อมต่อสัญญาณ จากเวทีพันธมิตรฯ เป็นหลัก เพื่อช่วยกระจายข่าวสาร การชุมนุมออกไปให้ได้มากที่สุด รายการ เสือในศาลา หรือธรรมะภาคค่ำยกเลิกไป พ่อท่านฯ เพียรไปเทศน์ทำวัตรเช้า ในเต็นท์ กองทัพธรรม จนถึงปลายเดือน ๒๕ มิ.ย. จึงเปลี่ยนย้ายมาจัดทำรายการ ที่สันติอโศก และเปลี่ยนเวลา จากเช้าเป็นบ่าย ใช้ชื่อรายการว่า สงครามสังคม ธรรมะการเมือง บอลยูโร ๒๐๐๘ มีผลต่อการชุมนุมบ้าง ทำให้มีถ่ายทอดการแข่งขันให้คอฟุตบอลได้ดู ๑ จอด้านข้างเวที เป็นสีสัน เล็กๆ ตามกระแส แต่ผลกับสังคมนี่สิน่ากลัว ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ได้สำรวจพฤติกรรมคนไทย ๖๗.๕ % ของเงิน ที่นำมาเล่นพนัน เป็นเงินกู้ สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยเด็กไทย ๒ ล้านคน กลายเป็นผีพนัน อายุน้อยที่สุด เพียง ๗ ขวบเท่านั้น พระก็มีเล่นพนันบอลด้วย ผู้บัญชาการ สำนักคดีเทคโนโลยี และสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เผยนักศึกษาหญิงบางส่วน ไม่มีความรู้ เรื่องฟุตบอล แต่ เลือกแทงพนันบอล ตามหน้าตาดีของนักเตะ เมื่อเสียพนันก็ขายตัวใช้หนี้ รัฐตำรวจ ใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้งออกหมายเรียก คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิด ความเสียหาย แก่รัฐ (คตส.) ทั้ง ๑๑ คน ให้ไปรายงานตัว ในคดีฟ้องหมิ่นประมาท และออกหมายจับ นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็น การแทรกแซงทางอ้อม เพื่อตัดตอน คดีทุจริต คอรัปชั่น ของทักษิณ ไม่ให้ขึ้นสู่ศาล คตส. เปิดเผย ตลอด ๒๑ เดือน ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการ ภายใต้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากการตรวจสอบการกระทำทุจริต ๑๓ เรื่อง พบว่า รัฐ ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า ๑.๘ แสนล้านบาท ได้อายัดทรัพย์ไว้ ประมาณ ๖ หมื่นล้าน บาท ในระหว่างการทำงาน คตส.พบปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่มีผู้พยายาม ขัดขวาง รบกวนระบบ การตรวจสอบ แต่ คตส.ก็มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเป็นธรรมและเที่ยงตรง เพื่อรักษา ความเชื่อมั่น ของประชาชน ถึงแม้จะถูกฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง ๑๖ คดี เรียกค่าเสียหายจาก คตส. กว่า ๑ แสนล้านบาท สงคราม ๙ ทัพ เป็นชื่อยุทธการในการเคลื่อนพลปิดล้อมทำเนียบฯ (๒๐ มิ.ย. ๕๑) เพื่อกดดันรัฐบาลหุ่นเชิด ให้สำนึก ละอาย หยุดยั้งทุรกรรมนานา โชคดีที่ตำรวจไม่ได้ใช้ ความรุนแรง ใช้แก๊สน้ำตา บ้างเล็กน้อย บาดเจ็บประปราย วันเดียวกัน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปก. ขึ้นเวทีประกาศ ผ่านเครื่องขยายเสียงว่า อย่าตกใจ ที่ฝ่ายพันธมิตรฯ เคลื่อนไปยึดทำเนียบได้ เพราะตรงนั้น เป็นกับดัก ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดการตามกฎหมาย การเคลื่อนพล นปก. มาหน้า กระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้กลุ่มพันธมิตรฯพะว้าพะวงบรรลุผลแล้ว ดังนั้น การเคลื่อน กำลัง กลับสนามหลวง ไม่ได้หมายความว่า เป็นความพ่ายแพ้หรือขายหน้า ต่อมาครูโรงเรียนราชวินิตมัธยมส่วนหนึ่ง ยื่นฟ้องศาลแพ่ง ขออำนาจสั่งรื้อเวทีปราศรัย ซึ่งต่อมาศาลแพ่ง ก็มีคำสั่ง ดังกล่าว กรณีเขาพระวิหาร ร้อนแรงอีก เมื่อ ๑๗ มิ.ย.๕๑ ครม. เห็นชอบกับแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีการขึ้นทะเบียน ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก และเห็นชอบ แผนที่แนบท้าย ซึ่งจัดทำโดย รัฐบาลกัมพูชา หลังจากนี้ นายนพดล จะไปลงนาม ร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศ กัมพูชา และคณะกรรมการมรดกโลก โดยไม่ฟังเสียง ทักท้วง ของนักวิชาการ ฝ่ายค้าน และพันธมิตรฯ เกี่ยวกับแผนที่ของกัมพูชา ที่รัฐบาล ไม่เปิดเผย ให้สาธารณะรับรู้ สุ่มเสี่ยงกับ การเสียดินแดนรอบ ปราสาทฯ ๔.๖ ตร.กม. และพื้นที่ทับซ้อน ทางทะเล บริเวณ JDA ผลประโยชน์ น้ำมันดิบ อันมหาศาล มีเสียงวิจารณ์ถึงประเทศใหญ่ๆที่ส่งเสริมกัมพูชา ในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ล้วนมี ผลประโยชน์แฝง ตามมาทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวระบุถึง โครงการ "กาสิโน เอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ " แหล่งการพนัน บันเทิง และท่องเที่ยว ที่เชิงเขา พระวิหาร ฝั่งกัมพูชา เป็นโครงการของนายกฯ สมเด็จฮุนเซน "ขายชาติ" เป็นคำที่พันธมิตรฯใช้ว่ารัฐบาลหุ่นเชิด ขณะเดียวกัน "คลั่งชาติ" เป็นคำที่นักวิชาการ ติงพันธมิตรฯ ที่ปลุกกระแส "ชาตินิยม" อาจเลยเถิดกลายเป็นสงครามของสองประเทศไปได้ ดีที่ชาวบ้านชายแดน ของสองประเทศ ยังค้าขาย ไปมาหาสู่กันได้ ไม่ได้รู้สึกว่า เป็นศัตรูต่อกัน ศาลปกครองกลางสั่งระงับแถลงการณ์ร่วมไทย-เขมรจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ของกัมพูชา ระบุ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้กระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรี ยุติการดำเนินการ ตามแถลงการณ์ร่วม (๒๘ มิ.ย.๕๑) คดีถุงขนม ๒ ล้าน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล ที่กระทำโดยคณะทนายความคดีที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ยิ่งชัดเจนว่าอธรรมก็คืออธรรม เมื่อคิดผิด ทำผิดตั้งแต่ต้น แล้วไม่สำนึก ยอมรับผิด แต่กลับพยายาม ปกปิดความผิด ทุกวิถีทาง การคิดผิด ทำผิดเพิ่มจึงเกิดขึ้น ด้วยเชื่อผิดคิดผิดว่าเงินซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อคิดผิด ทำผิด จนเป็นนิสัย ผลออกมา ก็จึงเป็นผิดอยู่ร่ำไป ยังคาดเดาไม่ได้ว่าบทจบของการต่อสู้กับอำนาจอธรรมจะเป็นอย่างไร เมื่อ "คนชั่วทำชั่วได้" คนดีควรทำอย่างไร จากโศลกธรรมเกี่ยวกับการต่อสู้อำนาจอธรรมและความตาย ในวันครบรอบการเกิดปีที่ ๗๕ ของพ่อท่านฯ (๕ มิ.ย. ๕๑) ดังนี้
สร้างบารมี กลางสมรภูมิ... วันเข้าพรรษา ๑๘ ก.ค. ๕๑ ที่เวทีพันธมิตรฯ เวลา ๑๙ นาฬิกา พ่อท่านฯได้รับนิมนต์ให้ขึ้นแสดงธรรม เปิดประเด็น ด้วยการเมืองกับศาสนา ต้องไปด้วยกัน แยกขาดจากกันไม่ได้ ประชาธิปไตยต้องมีธรรมาธิปไตย พระพุทธเจ้า คือ นักการเมือง ผู้สถาปนาประชาธิปไตยใน ยุคทาส แล้วนำเอาหลักประชาธิปไตยแท้ ๑๐ ประการ มาอธิบายถึง งานการเมืองที่แท้ เป็นเรื่อง เสียสละ เช่นเดียวกับงานศาสนา สุดท้าย ยกตัวอย่าง ชุมชนชาวอโศก ซึ่งเป็น นักปฏิบัติธรรม และทำงานเสียสล ะเช่นเดียวกับ งานการเมือง ตามหลัก ประชาธิปไตยแท้ ๑๐ ประการ ที่กล่าว มาแล้วนั้น ซึ่งเป็นประชาธิปไตย ที่มีธรรมาธิปไตย เป็นผลจริงแล้ว แม้จะเป็นเพียง กลุ่มเล็กๆ (ผู้สนใจ รายละเอียด ติดตามได้ที่ฝ่ายเผยแพร่) เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ นี้ ข่าวให้ร้ายป้ายสีพ่อท่านฯและชาวอโศก(สื่อทั่วไปใช้ สันติอโศก)ออกมามาก ทั้งจากพระ และนักการเมือง เริ่มจากขาประจำ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โดย พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ให้ข่าว มส. และ พศ. เตรียมออกกฎหมาย คุมเข้มปลุกเสกพระ วัตถุมงคล แต่งกายเลียนแบบพระ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ กับสันติอโศก ต่อมา นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม(มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ให้สัมภาษณ์ นักข่าวว่า เราออกกฎหมายนี้ เพื่อจัดการผู้ดูหมิ่น ย่ำยีและจาบจ้วง พระพุทธศาสนา ไม่ได้มุ่งกล่าวหา สันติอโศก ซึ่งผมเห็นว่าไม่เข้าข่าย แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ เพราะประกาศชัดเจนว่า ขอแยกตัวออกมา จากมหาเถรสมาคม เป็นนักบวชอีก นิกายหนึ่ง และได้รับความคุ้มครอง จากรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน นายอำนาจ กล่าว (ไทยโพสต์ ๔ ก.ค.๕๑) นายสมพร เทพสิทธา ประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในฐานะผู้มีส่วนร่าง พ.ร.บ. อุปถัมภ์ และ คุ้มครอง พระพุทธศาสนา ไม่ได้มุ่งกล่าวหา สำนักสันติอโศก ว่าเข้าข่าย แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ เนื่องจากเห็นว่า สันติอโศกไม่ได้แต่งกาย เลียนแบบพระสงฆ์ เพียงแต่เป็นนักบวช นิกายหนึ่งเท่านั้น และยังถือศีล ปฏิบัติธรรม ตามคำสอน พระพุทธศาสนา อย่างเคร่งครัด สำหรับความเห็นของพระมหาโชว์นั้น ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของพระมหาโชว์ ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการ ร่างกฎหมายนี้ ทั้งนี้ เจตนารมณ์ในการออกกฎหมายต้องการลงโทษผู้ปลอมบวช การออกกฎหมายนี้ไม่ได้ต้องการกีดกันนิกายใดนิกายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสันติอโศกหรือธรรมกาย เราให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครอง ทุกนิกาย ชาวพุทธศาสนิกชนต้องให้ความเคารพและยอมรับซึ่งกัน นอกจากนี้ ผมยังเสนอให้รัฐบาล นำร่าง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ ที่ถูกดองอยู่ในคณะกรรมการกฤษฎีกาขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง กฎหมายคณะสงฆ์นี้ จะเป็นการคานอำนาจ คณะปกครองสงฆ์ แต่กลับถูกมองว่าฆราวาสไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องพระ เป็นความคิด คับแคบ ของพระผู้ใหญ่จะทำให้พระพุทธศาสนาไปไม่รอด ประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติกล่าว (ไทยโพสต์ ๔ ก.ค.๕๑) น.พ.เหวง โตจิราการ ได้เรียกร้องให้ชาวพุทธลุกขึ้นมาช่วยกันตรวจสอบกรณีสันติอโศกว่า ปฏิบัติถูกต้อง ตามบทบัญญัติ ของพระไตรปิฎก ตามพุทธศาสนาหรือไม่ กับการที่ออกมา เคลื่อนไหวชุมนุม กับกลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โดยทำตัวเสมือน กองกำลังรบ ออกมาขับไล่รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง(มติชน ๑๒ ก.ค.๕๑) ความพยายามให้ร้ายป้ายสีปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง จากคนกลุ่มเดิม ที่ใช้ชื่อ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย และเวบไซต์ ประชาทรรศน์ ยังคงกระทำอย่างต่อเนื่อง จัดสัมมนา หลายที่ หลายแห่ง รวมถึง ใช้สื่อวิทยุ หลายคลื่น "ลัทธิสันติอโศกกับความมั่นคงของพระพุทธศาสนา" เป็นชื่อที่ใช้ ในการสัมมนา โดยมี นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค พลังประชาชน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นพ.เหวง โตจิราการ เข้าร่วม พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นขาประจำอีกราย ที่ให้ร้ายป้ายสี จากจินตนาการ ที่เพ่งร้าย เป็นต้นว่า ...นายรักษ์วางแผนไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าถ้าตนได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในคณะสงฆ์จะนำประเทศชาติ จะนำคณะสงฆ์ ไปตามแนวทางที่ได้คิด และวางแผนไว้ อดทนรอมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ คือตั้งแต่บวช ได้วางแผนไว้แล้ว... ...เขาไม่ให้บูชาหรือไหว้พระพุทธรูป แต่ให้ไหว้นายรักษ์ ซึ่งนายรักษ์ได้ตั้งตนเองเป็นศาสดาแทนพระพุทธเจ้า ใครอยากบวช เขาบวชให้ ในอาณาจักรสันติอโศกจึงเรียก ท่านพ่อ โพธิรักษ์... ...สมัยหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยหลงเชื่อและศรัทธา พล.ต.จำลอง จึงมอบหมาย ให้เป็น ประธาน โครงการพัฒนามนุษย์ ตั้งศูนย์คุณธรรม เป็น องค์กรมหาชนที่ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ เป็นศูนย์ ที่ขับเคลื่อน ทางสมอง พัฒนาคนให้เป็นไปตามแนวทางของสันติอโศก สิ่งเหล่านี้ ทำเกือบสำเร็จแล้ว แต่โชคดีที่ พ.ร.บ. คุณธรรมแห่งชาติ ที่พวกเรา ร่วมกันทำ ถูกผลักดันตกไป ไม่เช่นนั้น หากกฎหมายฉบับนี้ นำออกมาใช้ กับคน ทั่วประเทศ เราคงจะมีศาสดาองค์ใหม่ชื่อ โพธิรักษ์ เขาจะพัฒนาคน ไปในทิศทางที่ต้องการ... ...มีคนมาบอกว่าเขาใช้วิธีการทางไสยศาสตร์ด้วย เหมือนพวกภาคใต้... ...วัฏจักรการเดินทางของเขานั้น เขาจะเปลี่ยนสังคมพุทธของเราเป็นสันติอโศก เถรวาทเรา มหานิกาย ธรรมยุตเรา จะอยู่ตรงไหน... ...ถ้าผมเป็นโพธิรักษ์ที่มีอำนาจ ผมก็จะเขียนให้พวกท่านอยู่ไม่ได้... ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ แกนนำ นปก. ชุด ๒ ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มผู้สนับสนุนคุณทักษิณ ตั้งแต่ปี๔๙ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แต่มีจินตนาการ ป้ายสีเช่นกัน ...ท่านใกล้ชิดนายกฯทักษิณ แล้วได้ใช้ความใกล้ชิดจนตั้งโรงเรียนผู้นำ และศูนย์คุณธรรม แล้วได้รุกล้ำที่ ส.ป.ก. ไปขอให้ ท่านทักษิณช่วย ท่านทักษิณช่วยไม่ได้ พลตรีจำลองจึงได้ ฟาดงวงฟาดงา จนทักษิณ ขายหุ้น ๗ หมื่นล้าน พลตรีจำลอง ขอ ๒ หมื่นล้าน เพื่อจะได้มาพัฒนา สันติอโศก... ผศ.เสถียร วิพรมหา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ...ถ้าวันนี้สันติอโศกขึ้นมา สถาบันพระมหากษัตริย์ก็อยู่ไม่ได้ เพราะเป็นแนวคิดแบบ คอมมูน... ผู้ร่วมเสวนาคนอื่นๆก็ไม่ต่างจากท่านที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทั้งมุสาตรรกะจับแพะชนแกะ แล้วสรุปยัดเยียดว่า บ่อนทำลาย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยศ เกียรติ การศึกษาที่สูง เมื่อไร้สัมมาทิฐิ อกุศลกรรมย่อมบังเกิดประจานตนเองในที่สาธารณะ โดยที่ ยศ เกียรติ การศึกษาสูงนั้น ไม่สามารถคุ้มกัน บาปอกุศลใดๆได้ กัมมัสสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ บ้านเมืองเดือนกรกฎาคมยังร้อนไปด้วยกรณีเขาพระวิหาร ข่าวพาดหัวจากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๒ ก.ค.๕๑ ... เปิด จ.ม. ยูเนสโกมัดนพดล ชิงลงนาม แถลงการณ์ร่วม ปราสาทพระวิหาร ก่อนเสนอ ครม..? ๘ ก.ค. ๒๕๕๑ ...ศาล รธน.มีมติ ๘ ต่อ ๑ ชี้แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ขัด รธน. มาตรา ๑๙๐ ต้องผ่าน ความเห็นชอบ จากรัฐสภา ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๑ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ นำรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน ๔๖,๕๓๘ รายชื่อ มอบต่อ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้รัฐสภามีมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๔ ถอดถอน คณะรัฐมนตรี ทั้งคณะ รวม ๓๕ คน ตามมาตรา ๒๗๐ กรณีเห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรี ว่าการ กระทรวง การต่างประเทศ ร่วมลงนามในเอกสารแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ขึ้นทะเบียน ปราสาทเขาพระวิหาร นอกจากปัญหาเขาพระวิหารกับผลประโยชน์แลกเปลี่ยนทางทะเลและที่เกาะกง ยัง ไม่สามารถทำให้ สาธารณชน คลายใจได้แล้ว ยังมีคดีรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ คดีทุจริตในการเลือกตั้ง คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ๘ ก.ค. ๒๕๕๑ ยุทธ ตู้เย็น กรรมตามสนอง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาให้ใบแดง พร้อมเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง ๕ ปี ส่งต่อ กกต. - อัยการสูงสุด เสนอศาล รธน.ยุบพรรคพลังประชาชน ๙ ก.ค. ๒๕๕๑ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี นับตั้งแต่ เข้ารับตำแหน่ง ๓๐ วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ ฐาน ความผิดไม่แจ้งการถือครองหุ้น ของคู่สมรสเกิน ๕ % ๒๓ ก.ค. ๒๕๕๑ ตร.ออกหมายจับ ดา ตอร์ปิโด ขึ้นเวที นปก.สนามหลวง พูดดูหมิ่นเบื้องสูง ก่อนบุกรวบตัว ถึงบ้าน แล้ว ทำสำนวนฝากขัง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯกล่าวว่า ช่วงเช้า พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ประธานคณะกรรมการ พลังแผ่นดิน จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์- สุวรรณ ผบ.ตร. ให้มีการเร่งรัด คดีหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ ของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่เคยมี มาก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ภายหลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีกับ นางสาวดารุณี ชาญเชิงศิลปกุล(ดา ตอร์ปิโด) ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเพิกเฉย มาตลอด ๓๑ ก.ค. ๒๕๕๑ ศาลอาญา พิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนาย บรรณพจน์ ดามาพงษ์ พี่ชายบุญธรรม เป็นเวลา ๓ ปี ในคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินวัตรและจำคุกนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน เป็นเวลา ๒ ปี ร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน ๕๔๖ ล้านบาทจากหุ้นจำนวน ๔.๕ ล้านหุ้นซึ่งมีหุ้นมูลค่า ๗๓๘ ล้านบาท โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย อันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๗ (๑) (๒) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ และ ๙๑ เป็นที่น่าสังเกตว่าในเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน ที่เกาหลีใต้ ประธานาธิบดีได้สั่งปลด ๓ รัฐมนตรี เหตุจากการนำเข้า เนื้อวัวจากสหรัฐฯ ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาดของโรควัวบ้า ประชาชนเกาหลีใต้ ประท้วงต่อต้าน ไม่ทันไร ประธานาธิบดี ก็ลาออกทันที เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลหุ่นเชิดที่เต็มไปด้วยทุจริตนานา ประชาชนก็ประท้วงขับไล่กันยาวนาน อย่างไม่เคย มีมาก่อน ในประวัติศาสตร์ แต่ยัง หยาบ-ด้าน-หนา-แข็ง รัฐบาลหุ่นเชิดนอกจากจะทุจริตนานา ยังสร้างรัฐตำรวจ ไว้คอยกลั่นแกล้ง การชุมนุมประท้วง รัฐบาลหุ่นเชิด ทุกรูปแบบ รวมทั้งสร้างมวลชน เป็นกองกำลัง ติดอาวุธ ไว้ปะทะกับพันธมิตรฯ โดยมีอันธพาล สมุนบริวาร ส.ส. เป็นเครื่องมือ ๑๖ ก.ค. ๒๕๕๑ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา ๑๗.๔๕ น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวถึง กรณีการออกหมายจับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนื่องจาก นายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติ เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เมื่อ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๕๑ โดยกล่าวหา นายสมเกียรติ ขึ้นกล่าวปราศรัย บนเวทีพันธมิตรฯ มีการกล่าวพาดพิง ดูหมิ่น สถาบันกษัตริย์ มีความผิดตามประมวล ป.อาญา มาตรา ๑๑๒ ๒๕ ก.ค. ๒๕๕๑ น้องชาย ส.ส.พรรคพลังประชาชนนำชมรมนรก-สุดบ้าคลั่ง ติดอาวุธครบมือ ฮือไล่ฆ่าพันธมิตรฯ อุดรธานี เจ็บ-สาหัสปางตายอื้อ อัปยศตำรวจยืนดูเฉย ถ่อย! ขวัญชัย ไพรพนา ประกาศชัยชนะอย่างสะใจ เหลิม ต่อสาย แสดงความยินดีทันที บุรีรัมย์ ก็ระอุ กลุ่มอันธพาลถล่มเวที โสภณ เพชรสว่าง พังยับ พันธมิตรฯ ซัด มท.๑ หละหลวม ชี้แผนก่อจลาจลทั่วประเทศ ทักษิณ ใช้เป็นเงื่อนไข ลี้ภัยการเมือง บนวิถีการชุมนุม กลางถนนที่เต็มไปด้วยความแปรปรวน ไอร้อน เปลวแดด ลม ฝน กิน-ถ่าย-หลับนอน ยากลำบาก กว่าวิถีชีวิตปกติ อีกทั้งภัยพาล จากอำนาจรัฐ และอำนาจมืด มีโอกาสเกิดได้ทุกเมื่อ แต่จิตใจของ ผู้ร่วมชุมนุม ยังคงแกร่งกล้า แม้กายเป็นหญิง หลายคนสูงวัย หลายคนมีโรครุมเร้า สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เป็นอุปสรรค สำหรับจิตใจ ของผู้รักความเป็นธรรม รักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ พลตรีจำลองผู้ผ่านศึกสงครามหลายสมรภูมิถึงกับเอ่ยปากชม "ท่านนักสู้ผู้กล้าหาญและทรหดอดทน ทุกท่านครับ" การเป็นอยู่ ของผู้ชุมนุมเยี่ยงนี้ ทหารตำรวจยังไม่เคยฝึกยาวนานเช่นนี้ ไม่มียุคสมัยใดที่การวิพากษ์วิจารณ์กระทบสถาบันจะเปิดเผยโจ่งแจ้งแพร่ระบาดเช่นยุคนี้ การเทิดทูนเชิดชู สถาบัน และตอบโต้ผู้จาบจ้วง จึงเป็นวาระสำคัญของเวทีพันธมิตรฯ ขณะที่บรรดานักวิชาการส่วนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับ การหยิบเอา ประเด็นสถาบัน มาใช้ในการเคลื่อนไหว อีกทั้งเห็นต่างกับ การเคลื่อนไหวในหลายๆเรื่อง แม้ในพันธมิตรฯ เองก็เห็นต่างกัน ในหลายอย่าง การเคลื่อนตัว วิธีการบางอย่าง แต่จุดเป้าหมายหลักตรงกัน จึงผ่านมาได้ด้วยดี ยิ่งชุมนุมนานวัน ความแข็งแกร่งของพันธมิตรฯยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดวัฒนธรรมดีๆในการชุมนุม มากขึ้นๆ การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน-หลีกเลี่ยงคำหยาบ-การรักษาความสะอาดใน สถานที่ชุมนุมร่วมกัน-ไม่ทำลายวัตถุสิ่งของ ของทางราชการ-ปราศจากอาวุธ-ใช้ใบตองทำกระทงแทนโฟมใส่อาหาร ที่แปลกและใหม่มาก มีรายการธรรมะ บนเวที กล่อมเกลาจิตใจของผู้ชุมนุม รัฐบาลหุ่นเชิดและพลพรรคยิ่งพยายามฟอกผิด ยิ่งกลายเป็นเพิ่มความผิดใหม่ซ้อนซ้ำมากขึ้นๆ แล้วพาลไปโทษ รัฐธรรมนูญ -ตุลาการ -กกต.-ปปช. ยิ่งดิ้นก็ยิ่งผิดเพิ่ม สงสาร...คนทำผิด ที่พยายามทุกวิถีทาง เพื่อปกปิดความผิด แก้กฎ-แทรกแซง-แทรกซื้อ ไม่ให้ฝ่ายตรวจสอบ เอาผิด เบี่ยงเบน -หลอกลวง ทุกวิถีทางให้สังคมเข้าใจว่าตน ถูก-ดี แต่กำลังถูกกลั่นแกล้ง ให้ร้ายป้ายสี จากฝ่ายที่สูญเสีย ประโยชน์ ทำผิดซ้ำผิดซ้อน อย่างไม่ละอาย เกรงกลัวบาป สงสาร...คนที่ร่วมกระทำผิด (เสนาอำมาตย์-นายทุน-ขุนศึกใหญ่น้อย-นักวิชาการ-นักลากตั้ง -เบี้ยหอย ทุกระดับ) เพื่อแลกกับ ผลประโยชน์ใหญ่น้อย โดยไม่สำนึกละอายเกรงกลัวบาป ยังคงร่วมทำผิด ให้ผิดหนัก มากยิ่งขึ้น ปกปิด-แก้-แทรก -ซื้อ -เบี่ยงเบน -หลอกลวง สังคมกันต่อไปอีก สงสาร...ประชาชนที่หลงเชื่อเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด อย่างซื่อใสแล้วร่วม ส่งเสริมคนทำผิด แค่หลงเห็นผิด เป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ก็บาปไม่น้อยแล้ว ยิ่งร่วมทำผิดร่วม ทำร้ายอีกฝ่ายก็ย่อมบาปมากขึ้นด้วย สงสาร...ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบความผิด ทำงานด้วยความยากลำบาก หลายหน่วยงานเกียร์ว่าง-ดึงถ่วงหลักฐาน ในคดีไว้ และเสี่ยงภัย ถูกคุกคามข่มขู่ แต่ยังคงกล้าหยัดยืนเดินหน้าต่อ สงสาร...ผู้มีหน้าที่ทุกระดับ ไม่ทำหน้าที่ ใครจะผิด-ใครจะถูก ใครจะอยู่-ใครจะไป ข้าไม่สน ขอเพียงทำตัว ให้กลมกลืน ได้กับทุกฝ่าย ชาติบ้านเมือง เอาไว้อ้างเอ่ยในพิธีกรรมเท่ๆ ตำแหน่งหน้าที่การงาน และความอยู่รอด ของตน สำคัญกว่าชาติ ภาวะเกียร์ว่าง-ดึงถ่วง จึงเกิด ท่านจะรู้หรือไม่ แม้นี้ก็ผิด-ก็บาป สงสาร...นักธุรกิจ ข้าราชการ ประชาชน ที่ปล่อยปละละเลย ชาติบ้านเมืองข้าไม่เกี่ยว บำรุงบำเรอชีวิตไปวันๆ ชีวิตไร้ คุณค่า ราวกับไม่มีจิตใจเป็นคน สงสาร...นักวิชาการ นักคิด นักเขียน ที่ยึดติดกับหลักการเลิศหรูมากกว่าความเป็นจริงในสถานการณ์ ลอยตัว เหนือสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายผิด ไม่ใช่ฝ่ายถูก คือ เป็นฝ่ายถูกเหนือถูก เห็นผิดในฝ่ายผิด และเห็นผิดในฝ่ายถูก ตนจึงถูกเหนือถูก เชิดชูประชาธิปไตยจ๋า อหิงสาหวานเจี๊ยบ เห็นต่างในวิธีการต่อสู้ มองปัญหาและแก้ปัญหาด้วยความคิดฝังตำรา จมอยู่กับความคิดของตนมากกว่า ความเป็นจริง ในเหตุการณ์ ได้แต่คิดตีความหลักการ-คิดสร้างหลักการ แต่ไม่เคยทำ จึงไม่เห็นผิดในตน อารมณ์-ความคิด-การตัดสินใจ จึงต่างจากคนที่คิดแล้วทำอยู่กับสถานการณ์จริง แล้วปรับแก้ข้อบกพร่อง จากผลที่เกิดจริงไปเรื่อยๆ หลายสถานการณ์ไม่มีในตำรา องค์ประกอบแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญ ในการก้าวย่าง อาศัยความเห็นต่างเหล่านี้ ช่วยให้ทุกๆการก้าวย่าง ตกผลึก ละเอียดลออรอบคอบมากขึ้น ดีใจ...ที่พันธมิตรฯมีจิตใจกล้าหาญ เสียสละ ไม่หวั่นเกรงอำนาจอธรรม ที่มีกองกำลังทหารตำรวจ และ บรรดานักลากตั้ง ค่อนสภาฯอยู่ในมือ ยังคงหยัดยืน ชุมนุมเปิดเผยความผิด ของรัฐบาลสีเทา และพลพรรค แม้จะถูกข่มขู่ กลั่นแกล้งนานาสารพัด ดีใจ...ที่สังคมไทยได้เรียนรู้ถูก-ผิดจากสถานการณ์จริง มีเหตุจริง มีตัวบุคคลจริง มีการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างกว้างขวาง ในสังคมถึงความถูก-ผิด ทั้งพุทธศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เป็นการเรียนรู้จากเหตุการณ์จริง ไม่ใช่แค่ตำราในห้องเรียน ดีใจ...ที่ชาวอโศกได้ร่วมสร้างบารมี ท่ามกลางความหลากหลาย แตกต่างในความคิดความเชื่อ ก็ยังสามารถหยัดยืนบริการรับใช้ อย่างทรหด อดทน ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมกลางสมรภูมิความขัดแย้งทางการเมือง ได้อย่างสงบ สันติ ตามอัตภาพ แม้จะสุ่มเสี่ยง กับภัยพาล และอำนาจรัฐ มรรคผลวัดได้ยาม หิว-เหนื่อย-เจ็บป่วย และยามมีภัย สงสาร...ชาวอโศกที่ไม่เห็นด้วยกับการร่วมชุมนุม แล้วเสื่อมถอยความนับถือใน พ่อท่านฯ และหมู่คณะ จนถึงวันนี้ ก็ยัง ทักษิณจ๋า น่าเห็นใจที่ ยังคงเห็น ดอกบัวเป็นกงจักร เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ต้นเดือนมิถุนายน หลังประกาศสลายการชุมนุมของนายกฯ มีคณะนักวิจัยระดับประเทศ ได้มาทำการสำรวจ สอบถาม ผู้ชุมนุม จากตัวอย่าง ที่มีผู้ตอบแบบสอบถาม ประมาณ ๒,๔๐๐ คน ผู้ร่วมชุมนุมกว่า ๕๐% เล็กน้อยมีระดับการศึกษาปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย และส่วนใหญ่มีฐานะดี กับคำถามถึงเป้าหมายสุดท้ายของการชุมนุม ผลของคำตอบนี้แสดงว่าผู้ร่วมชุมนุมให้ความสำคัญผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า แม้จะมีการปราศรัย ประเด็นสถาบันมาก รวมถึงการชี้ผิดในบุคคลและคณะบุคคลที่ใช้อำนาจ มิชอบอย่างต่อเนื่องกว่า ๒ ปี แต่น้ำหนัก ของผู้ตอบกลับ ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นเป้าหมายสำคัญกว่า ผู้ตอบแยกแยะได้ว่า อะไรคือยุทธศาสตร์ อะไรคือยุทธวิธี แม้ผู้ปราศรัยจะใช้ยุทธวิธีใดก็เข้าใจ แต่เป้าหมายหลัก หรือยุทธศาสตร์สำคัญ ก็ยังชัดเจน ไม่แปรเปลี่ยน นักวิชาการที่ปฏิเสธสถาบัน สมควรนำข้อมูลเล็กๆนี้ ไปพิจารณา ผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ ชัดเจนในเป้าหมายสุดท้าย ไม่ได้ถูกแกนนำ ชี้นำให้คิดให้เชื่อ ให้ทำได้ทุกเรื่อง ดังที่ท่านดูแคลน กับคำถามที่ว่า สภาวะจิตระหว่างการชุมนุม ถาม การควบคุมตนเพื่อความสงบจนชุมนุมแล้วเสร็จ คำตอบแบบสอบถามทั้ง ๒ ข้อข้างนี้บอกให้ทราบถึง มรรคผลส่วนหนึ่งของผู้ตอบ ในสถานการณ์การชุมนุม การชุมนุมประท้วงครั้งนี้เป็นความก้าวหน้าทางการเมืองของไทย ที่ก้าวหน้ากว่า หลายๆประเทศ ประชาชน ได้เรียนรู้ ประชาธิปไตยอย่างดี เป็นการประท้วงอย่างสงบอหิงสา การประท้วงของพันธมิตรฯ มีการควบคุมทางจิต มีความแข็งแรงทางจิตอย่างมีปัญญา อดทน ต่อสู้ อดกลั้น ไม่เบียดเบียน มีทั้งศิลป์และศาสตร์ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดการปะทะ แม้แต่ปะทะตำรวจเราก็ยกมือไหว้ ตำรวจก็ดี ไม่ใช้ความรุนแรง ผ่านไปได้อย่างสุภาพ เป็นการประท้วงที่ใช้ภูมิปัญญา ใช้ความจริงออกมาเปิดเผยกัน หลักรัฐธรรมนูญ มี ผู้ผิดผู้ถูกอย่างไร มีองค์ประกอบ ของวัตถุ ข้าวของอย่างไร มีหลักเกณฑ์อะไรเอามายืนยันประกอบ เพื่อวินิจฉัย ทำอย่างไรให้ความแตกต่างอยู่กันอย่างสมานสามัคคี อยู่กันอย่างมีเอกภาพ ทำอย่างไร ให้เกิดการอยู่ ร่วมกันได้ ทำอย่างไร จะกลมกลืนกัน เป็นเอกภาพ แล้วเป็นภาพรวมที่ สวยงาม อาจจะมีบางจุด ที่แจ๋ออกมาบ้าง แต่ก็อยู่กันได้ นี่แหละ จะต้องใช้ทั้งศิลป์และศาสตร์ ทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจเป็นทิฐิสามัญญตา ขัดแย้งอยู่ที่กิเลสไม่เท่ากัน แต่ความเห็นถูกต้องไปในทิศทางเดียวกัน และเข้าใจอุดมคติ หรือเป้าหมายหลักของเราอยู่ตรงไหน เป็นการชุมนุมที่มีกฎเกณฑ์ หรือ ศีล วินัย ระเบียบ มันเป็นเครื่องขัดเกลา อย่าละเมิดนะ ถ้าละเมิดอยู่ไม่ได้ ก็ยอมรับ กฎเกณฑ์นี้ ร่วมกัน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามขายเหล้าในที่ชุมนุม ห้ามพูดคำหยาบนะ อย่างนี้เป็นต้น ผู้สามารถจัดองค์ประกอบศิลป์นี้ให้ขับเคลื่อนไปสู่จุดหมาย ไปสู่จุดรวมได้ นี่คือ ศิลป์และศาสตร์ของ มนุษยชาติ พระพุทธเจ้าเป็นศิลปินชั้นยอดที่สามารถจะนำพาให้ปฏิบัติไปสู่เป้าหมายได้ มนุษย์อยู่กันอย่างระลึกถึงกัน รักกัน เคารพกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ทะเลาะวิวาทกัน สามัคคี พร้อมเพียงกัน เป็นเอกภาพ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นี่คือ สุดยอดของ พระพุทธศาสนา ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ช่วยกันไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ แล้วสู้กันด้วยความจริง นี่แหละเรียกว่า เป็นอาริยชาติ พ่อท่านฯกล่าว รักข์ราม. (สารอโศก อันดับที่ ๓๑๐ บันทึกจากปัฉาสมณะ) |