ชื่อเดิม น.ส.วัลนีย์ แซ่ก๊วย
ชื่อใหม่ น.ส.สุมนา(ใจฝน) เกียรติพันธุ์สดใส
เกิด ๑๗ เมษายน ๒๔๙๔
ภูมิลำเนา จังหวัด กทม.
พี่น้อง
๑๐ คน เป็นคนที่ ๑
การศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
อาชีพเดิม ผู้ช่วยพยาบาล, พนักงานประกัน
ปัจจุบัน อยู่ประจำพุทธสถานสันติอโศก ดูแลคนป่วย สมณะ สิกขมาตุ และฆราวาส

ช่วงวิกฤต ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ พบสมณะมาบิณฑบาต โปรดสัตว์ นำโดยพ่อท่าน โพธิรักษ์ ตอนนั้น ยังเรียนหนังสืออยู่ ประทับใจ ตั้งแต่ครั้งนั้น และติดตามมาเรื่อยๆ ได้ไปฟังธรรม ที่วัดมหาธาตุฯ ได้ไปถวายอาหาร ที่แดนอโศก กับพี่ชาย และได้อ่านหนังสือแสงสูญ, สารอโศก

ประมาณปลายปี ๒๕๒๑ มีโอกาสมาสันติอโศก ในวันหยุด ได้สนทนาธรรมกับพ่อท่าน ทำให้ประทับใจมากยิ่งขึ้น ท่านสอนหลักความจริง อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน ไม่ให้ไปติดยึดผูกพัน กรรมปัจจุบัน สำคัญที่สุด

ปี ๒๕๒๔ มาวัดบ่อยขึ้น และในปีนี้ ได้ไปร่วมงานอบรมธรรม ที่สวนลุมพินี ซึ่งเป็นงาน ที่เปิดเผยให้ชาวสังคมรู้ว่า ศาสนาพุทธที่แท้จริง เป็นอย่างไร

ปี ๒๕๒๗ เข้าวัดเต็มตัว ช่วยงานที่ อตก.(ที่ที่ชมรมมังสวิรัติ แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่) ไปร่วมงาน กองทัพธรรม ตามจังหวัดต่างๆ เป็นครูสอนเด็ก พุทธธรรมวันอาทิตย์ เป็นต้น และปัจจุบัน มีหน้าที่ดูแล สมณะ สิกขมาตุ และฆราวาส ที่ป่วย

อุปสรรคและการแก้ปัญหา ๑.การอยู่ร่วมกัน คนมีหลายจริตนิสัย ได้เรียนรู้ และเป็นแบบฝึกหัด ซึ่งกันและกัน บางครั้งสู้ไม่ไหว ก็หลบบ้าง สู้บ้าง บางทีก็แพ้ บางทีก็ชนะ ๒.เรื่องสุขภาพ เวลาป่วย ไม่สามารถบอก ให้ใครรับรู้ได้ เพราะเป็นๆ หายๆ เนื่องจาก สมัยก่อน โหมงานหนัก ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ทำให้นอนพักผ่อน ไม่เพียงพอ จนเป็นโรคไทรอยด์ ก็ฝึกอดทน และวางใจ มองโลกในแง่ด

ปัจจุบันประทับใจอะไรมากที่สุด ประทับใจเด็กๆ สัมมาสิกขา ที่ได้มาอยู่ และเรียนรู้ ฝึกลดละ แยกแยะสิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ดี และได้ปฏิบัติจริงที่ตัวเขา ได้ฝึกเป็นคนดี มีความคิดริเริ่ม สร้างสรร และประทับใจ ที่พวกเรา ได้พัฒนาจิตวิญญาณ ของเด็กๆ

คติประจำใจ ชีวิตต้องสู้และอดทนกับสิ่งต่างๆ ที่จะสร้างสรรชีวิต ลดละตัวตนให้ได้ เพื่อพัฒนา จิตวิญญาณของเรา ให้สูงขึ้น

เป้าหมายชีวิต ถือศีล และรักษาพรหมจรรย์ไปเรื่อยๆ จนกว่าเรา จะสิ้นลมหายใจ

ข้อฝากสำหรับเพื่อนนักปฏิบัติธรรม ๑.อย่ามองคนอื่นแค่ผิวเผิน อย่ามองแค่ รูปร่างภายนอก ต้องมองนานๆ หมายถึง ใช้เวลา แล้วคบคุ้น สัมผัสสัมพันธ์ และอย่าด่วนสรุป โดยไม่มีข้อมูลที่แท้จริง ๒.อยากฝากถึง คนที่มีหัวใจสีชมพู มันเป็นธรรมดา ธรรมชาติ ที่ต้องเกิดมีขึ้น แต่...เราสามารถหักเห หักห้ามจิต ที่มีรักนั้นได้ โดยอาศัยเวลา และการห่างพราก อย่ารีบด่วนตัดสินใจ เปรียบเหมือน ดอกไม้ เมื่อมันเริ่มแย้มบาน พอมันบานแล้ว มันจะค่อยๆร่วง แห้งเหี่ยวโรยไป ในที่สุด สภาพแบบนี้ เหมือนกัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ขอให้อดทน แม้มันจะทุกข์ทรมาน แต่มันก็เพียงระยะสั้น เมื่อผ่านพ้นไปได้ เราจะได้ไม่ต้องทุกข์อีก

เพราะการปฏิบัติธรรม ต้องอดทน ต่อขวากหนามให้มาก ไม่ว่าผู้ชาย หรือผู้หญิง

และสำหรับ คนที่ติดอาจารย์ จะอ่อนแอมาก ควรจะหัดพรากบ้าง ไม่งั้น เราจะอยู่ไม่รอด ในบั้นปลาย

     .

(สารอโศก อันดับ ๒๓๔ มีนาคม ๒๕๔๔ หน้า ๗๖ - ๗๗ จากโลกีย์ถึงโลกุตระ)

   www.asoke.info