สิกขมาตุ น้ำเย็น อโศกตระกูล
ชื่อเดิม
   น.ส.ทองคูน โยยรัมย์
ชื่อใหม   กรักน้ำเย็น อโศกตระกูล
เกิด       ๕ ธ.ค. ๒๕๐๗
ภูมิลำเนา จังหวัดบุรีรัมย์
พี่น้อง      ๑๐ คน เป็นที่คนที่ ๘
การศึกษา  ป.๔ ร.ร.บ้านทุ่งวัง
อาชีพเดิม  ทำนา, ช่วยงานบ้าน

ปี ๒๕๒๗ มาทำงานบ้าน ที่บ้านญาติธรรม ที่จังหวัดนนทบุรี มีโอกาสอ่านหนังสือ สารอโศก แสงสูญ ประทับใจบทความ "กระเพาะเรา คือป่าช้าฝังศพ" จึงได้ข้อคิด ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง
        โดยเริ่มกินมังสวิรัติ ๓ มื้อ ไม่กินจุบจิบ ปฏิบัติได้ ๓-๔ เดือน จึงมาที่สันติอโศก เดินทางไปมาอยู่ ๒-๓ เดือน ญาติธรรม ชวนไปปฐมอโศก รู้สึกว่าตน เหมาะกับที่นี่มากกว่า เพราะมีการทำ กสิกรรม จึงตัดสินใจ มาอยู่ที่ปฐมอโศก กลางปี ๒๕๒๘ ช่วยทำกสิกรรม ปลูกผัก ดูแลผักไว้กินกัน ภายในชุมชน อยู่มา จนได้เลื่อนฐานะ เป็นปะ (ผู้ปฎิบัติ) เมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๖ และเป็นกรัก เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๐
        ต้นปี ๒๕๔๔ ย้ายมาอยู่ที่สันติอโศก ทำงานเรื่องขยะ และทำความสะอาดห้องน้ำ

อุปสรรคปัญหาในการทำงาน การถูกขัดใจ การไม่ได้ดั่งใจ

วิธีแก้ไข  พยายามเรียนรู้  และฝึกตนเอง  เมื่อมีปัญหายังค้างคาใจ  แก้ไม่ได้วางไม่ลง  ก็จะปรึกษาสมณะ สิกขมาตุ

ผลดีของการมาอยู่ในวัด ได้อยู่ในกรอบ ได้มีผู้รู้แนะนำขัดเกลา ได้ฝึกฝนตนตลอด ถ้าอยู่นอกวัด จะไม่มีโอกาสเช่นนี้ ซึ่งก็ทำมาหากินไปตามโลก ตามสังคมที่พาไป เป็นพาไปหลอก
        อยู่วัดทำให้เรามั่นใจ ในชีวิตยิ่งขึ้น เพราะได้ปฏิบัติ ได้เห็นผลจริง ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ได้เจริญขึ้น สบายขึ้น ทนได้มากขึ้น เข้าใจอะไรต่างๆ ได้ง่ายและเร็วขึ้น

สิ่งที่ยากที่สุด คือการต่อสู้กับความง่วง สู้หนักมาก ไม่ว่าจะเป็น ทำวัตรเช้า ก่อนฉัน ทำให้เก็บรายละเอียด ของธรรมะได้น้อย เพราะเสียไปกับเรื่องง่วงเยอะ ถ้าหายง่วง ก็จะทำให้เจริญมากกว่านี้ ก็พยายาม ดึงศรัทธา ให้เห็นคุณค่าของยัญพิธี เห็นประโยชน์คำสอน ของสมณะ สิกขมาตุ หรือญาติธรรม พยายามมอง พิจารณา รายละเอียดว่า จะทำอย่างไร จึงจะได้ประโยชน์ ซึ่งกันและกัน เพราะคนที่เทศน์ กว่าจะเทศน์ออกมาได้ ก็ไม่ใช่ธรรมดา และเรื่องยากอีกเรื่องคือ การพูด หรือการแสดงออก ต่อที่สาธารณะ เป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็พยายามฝึกฝน

ประทับใจอะไรมากที่สุด : ประทับใจหมู่กลุ่ม ตนเองได้ดีเพราะหมู่กลุ่ม รู้สึกอบอุ่นทุกด้าน ไม่ว่าด้าน พฤติกรรมงานรวม ด้านยัญพิธี ช่วงที่จิตมีปีติในธรรม ก็มีความยินดี แต่ถ้าช่วงไหน ที่จิตเศร้าหมอง เพราะถูกขัดเกลา ก็จะกลายเป็นนางมานะ นามสกุลตอบโต้ อยู่ตลอด แต่ก็พยายาม ควบคุมตัวเอง

คติประจำใจ : ศรัทธาสโลแกนที่พ่อท่าน เขียนไว้ คือ ลดละ ขยัน กล้าจน ทนเสียดสี หนีสะสม นิยมสร้างสรร สวรรค์นิพพาน ถึงแม้สโลแกนจะสูงส่ง แต่ก็ศรัทธาที่จะก้าวไป เท่าที่ทำได้

เป้าหมายในชีวิต : จะทำที่สุดให้หมดทุกข์ พยายามลดละกิเลส ไปเรื่อยๆ เท่าที่รู้ และเคี่ยวเข็ญตัวเองได้

ข้อคิดข้อฝาก : ชีวิตเจริญมาได้ทุกวันนี้ จากการได้อ่านหนังสือ (สารอโศก) และซื่อตรงในศีล ในกฎระเบียบ ตั้งใจฝึกฝน อบรมปฏิบัติ ไปกับหมู่กลุ่ม ที่สำคัญ อย่าเบื่อหน่ายหมู่กลุ่ม อย่าเบื่อหน่ายบุคคล พยายามเอาประโยชน์ ให้ได้กับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น มองให้เห็น ความตั้งใจดีของคนอื่น

* ปัจจุบันได้เลื่อนฐานะ เป็นนักบวชหญิงชาวอโศก


     จากโลกีย์ถึงโลกุตระ หนังสือสารอโศก อันดับที่ ๒๔๐ เดือนกันยายน ๒๕๔๔ หน้า ๗๘-๗๙

   www.asoke.info