ชื่อเดิม  น.ส.กัลยา ชูทอง
ชื่อใหม่ น.ส.กลั่นบุญ ชูทอง
เกิด      ๗ ต.ค. ๒๔๘๖
ภูมิลำเนา จังหวัดพัทลุง
พี่น้อง   ๕ คน เป็นคนที่ ๕
การศึกษา
การศึกษาบัณฑิต มศว.
อาชีพเดิม รับราชการครู ๓๐ ปี

รู้จักชาวอโศก รู้จักชาวอโศก จากหนังสือของชาวอโศก คือ ความรัก ๑๐ มิติ, แสงสูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ พออ่านหนังสือ ก็เริ่มปฏิบัติตาม เป็นขั้นตอน เริ่มลดละ เรื่องการกิน เลิกการกินสัตว์ใหญ่ คือ วัว ควาย หมูก่อน เหลือสัตว์เล็กคือปลา แต่ยังกิน ๓ มื้ออยู่ จนกระทั่ง เลิกเนื้อทุกชนิด เป็นมังสวิรัติ ผลที่ได้ คือสบายใจ ที่ไม่ต้องเบียดเบียน เป็นนักมังสวิรัติบริสุทธิ์ เมื่อปี ๒๕๒๕ แล้ว จึงมาเน้นเรื่องของ การกินเป็นมื้อ เป็นคราว แรกๆที่รู้จักชาวอโศก ไม่คิดว่า จะมีสมณะ-สิกขมาตุ นึกแค่ว่า เป็นกลุ่มปฏิบัติ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะหนังสือที่อ่าน เขาเขียนว่า "จากเราชาวอโศก" สนใจ เขียนจดหมายไป จึงรู้ว่า มีสมณะ มีนักบวช พอได้มีโอกาส ไปร่วมงาน ร่วมกิจกรรมกับชาวอโศก ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสมณะ ทั้งฆราวาส ปฏิบัติแล้ว เรายิ่งประทับใจมาก เห็นแล้วรู้สึก ถูกต้องตรงธรรม ไม่เหมือนทั่วไป เช่น การล้างภาชนะ ต้องให้คนอื่นล้าง เป็นภาระผู้อื่น ที่นี่เขาล้างกันเอง ช่วยตนเองดี

ความแตกต่าง : ใจสงบขึ้น ไม่หลงไปตามแฟชั่น แม้การกิน การอยู่ การหลับ การนอน ที่พ่อท่านสอน ว่าเป็นเบื้องต้น ของการปฏิบัติ ตามแนวทางอโศก เมื่อได้ทำตาม ที่พ่อท่านบอก รู้สึกว่า เบาว่างสบาย และสุขสบายจริงๆ ไม่ต้องวิ่งตามโลก การแต่งตัว ก็แต่งเพื่อกันร้อนกันหนาว ไม่ต้องแต่งตามแฟชั่น การกินก็เหมือนกัน กินให้ร่างกายอยู่ได้ มันก็สบาย และยิ่งไม่เบียดเบียนสัตว์ ก็ยิ่งสบาย ปี ๒๕๔๐ ลาออกจากงาน เข้ามาอยู่ที่ สังฆสถาน ทักษิณอโศก ซึ่งเมื่อก่อน ยังไม่ได้เป็นสังฆสถาน คนก็ยังน้อย จนถึงปัจจุบัน และมีโอกาสได้ไปดูแล เรื่องอาหาร ให้สมณะกระบี่บุญ มนาโป ซึ่งป่วยและพักอยู่ ที่เกาะสมุย เพราะสังคมชาวอโศก สอนกันว่า เราต้องพึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้

อุปสรรคและปัญหา : เรื่องลดละกิเลสตัวเอง โดยเฉพาะตัวถือสา มันจะคอย เอ๊ะ ! ทำไมเขาแบบนั้น เอ๊ะ! ทำไมเขาแบบนี้ พอเข้าใจ มันต้องทำที่ตัวเรา จะไปให้คนอื่น เป็นดั่งใจ (กิเลส) ของเราไม่ได้ ก็ต้องวาง ไม่งั้นเราบ้าตาย

ยากที่สุด : ตัวถือสาคนอื่น แต่ก็พยายามวางใจให้ได้

คติประจำใจ: ทำดีต้องได้ดี ที่ไม่ได้ดี เพราะทำดี ยังไม่มากพอ

เป้าหมาย : มาอยู่วัดให้มีความสุข

ข้อคิดข้อฝาก : ให้ปฏิบัติเป็นขั้นตอน อย่าไปดูคนอื่น อาจจะทำให้ล้มได้ เพราะคนอื่น เขาปฏิบัติมานานแล้ว อย่าทำอะไร เหมือนไฟไหม้ฟาง จะทำให้ล้มง่ายๆ เคยเห็นมาหลายคนแล้ว พยายามศึกษาตัวเอง เราอยู่ขั้นไหน ก็พยายามไปตามฐานตัวเอง แล้วจะมีความสุขสงบ แต่ขอให้เอาจริง ปฏิบัติให้จริง แล้วจะเห็นผล

     .

สารอโศก อันดับ ๒๔๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ จากโลกีย์ถึงโลกุตระ

   www.asoke.info