ชื่อใหม่ นางมิ่งหมาย บุญเฉลียว
ชื่อเดิม นางทองม้วน พรหมชาติ
เกิด ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗
พี่น้อง ๕ คน เป็นคนที่ ๔
สถานภาพ หย่า มีบุตร ๒ คน
ภูมิลำเนา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
การศึกษา ปริญญาตรี (วิชาเอก ชีววิทยา วิชาโท เคมี) วิทยาลัยอุบลราชธานี
อาชีพ รับราชการครู ๒๕ ปี โรงเรียนบ้านค้อน้อย จ.อุบลราชธานี

ปี ๒๕๑๗ ได้บรรจุเป็นข้าราชการครูครั้งแรก ที่ ร.ร.บ้านผือ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ รู้จักชาวอโศก โดยการแนะนำ จากเพื่อนครู โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งเป็นญาติธรรม อยู่ก่อนแล้ว จากนั้น ไปทำบุญที่ศีรษะอโศก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ประทับใจในสังคม ที่มีความประหยัด ขยัน เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน มีความเป็นพี่เป็นน้อง พึ่งตนเอง และสมณะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น

ต่อมา รับประทานอาหารมังสวิรัติ ลดการแต่งหน้า แต่งตัว และปลูกพืชผักสวนครัว ไว้กินเอง ได้รับความร่วมมือ จากสามี ฐานะทางครอบครัวดีขึ้น

ต่อมาลดมื้อ เหลือ ๒ มื้อ และ ๑ มื้อ ตามลำดับ และพาลูกอายุ ๗-๘ ปี ไปคบคุ้นกับทางวัด แล้วให้ รับประทาน อาหารมังสวิรัติ สามีเริ่มขัดแย้ง ไม่ซื่อสัตย์ (นอกใจ) จึงคิดว่า ตนเอง คงเคร่งไป และก็ไม่สวยเหมือนเดิม จึงหันกลับไปทำตัวเหมือนเดิม กินเนื้อสัตว์ด้วย แต่ก็รู้สึก ละอายใจตัวเอง จึงเริ่มห่างหมู่กลุ่ม แต่ยังติดตามข่าวคราว จากหนังสือ ที่ทางวัดส่งมา ให้ตลอด ครอบครัวดีขึ้น แต่สามี ยังไม่ซื่อสัตย์เหมือนเดิม จึงได้คิดว่า มิใช่เพราะเราเคร่งเกินไป แต่เป็นเพราะสามี จิตใจแปรเปลี่ยนไปแล้ว ทำให้เริ่มคิดถึงหมู่กลุ่ม ยอมลดโลกธรรม ให้หมู่กลุ่ม ว่ากล่าวได้ และเข้าหาหมู่กลุ่มอีกครั้ง

ปี ๒๕๓๕ หย่าขาดจากสามี กลับมาปฏิบัติธรรมจริงจัง

ปี ๒๕๔๒ ลูกโตแล้ว คนโตเข้ามหาวิทยาลัย คนเล็กเรียน ม. ๖ จึงมาซื้อที่ดิน และปลูกบ้าน ที่ราชธานีอโศก เริ่มมาอยู่ตลอด

๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ลาออกจากงาน มาเป็นคนวัด สามีมาตาม อยากให้กลับไปดูแลลูก และครอบครัว แต่ตัดสินใจไม่กลับ เพราะลูกสามารถ ดูแลตัวเองได้แล้ว

ปี ๒๕๔๔ ได้เลื่อนฐานะ เป็นอารามิกา

งานที่ทำ ครั้งแรกทำงานทั่วไปก่อน โดยเฉพาะที่โรงครัว จากนั้นได้เป็นผู้รับใช้ ฝ่ายการศึกษา และ ฝ่ายต้อนรับ ผู้มาเยือนชุมชน จนถึงปัจจุบัน

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน (การปฏิบัติธรรม)
เมื่อรับงานใหม่ๆ จะมีปัญหา คำสั่งงาน ไม่เป็นเอกภาพหลายคำสั่ง ทำตามไม่ถูก ต่อมา เริ่มเข้าใจ พยายามใช้ที่ประชุมเป็นหลัก เวลาเกิดผลเสีย ก็ไม่ได้หนักคนเดียว และ อุปสรรค อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องวิบากส่วนตัว เรื่องครอบครัว ถึงกายจะพรากจะห่าง อุปาทาน สัญญาเก่าๆ คอยติดตาม มาหลอกหลอน รบกวนจิตใจอยู่เสมอๆ ทำให้เศร้าหมอง ไม่เบิกบาน

แนวทางแก้ไข เมื่อมีความเศร้าหมอง จะใช้สติทบทวนตัวเอง และรู้ความจริง รู้ถึงความทุกข์ ที่เคยได้รับ พิจารณาบ่อยๆ เสมอๆ ว่ามาที่นี่ เพื่ออะไร ก็จะเกิดความชัดเจน ทำให้กิเลส ลดลงได้ ถ้ามีปัญหามากๆ ก็จะปรึกษาสมณะ สิกขมาตุ และหมู่กลุ่ม เมื่อมีความเศร้าหมอง จะไม่อยู่กับตัวเองคนเดียว ออกมาสู่ส่วนกลาง รับรู้งานส่วนกลางให้มากๆ เอาภาระ ช่วยหมู่กลุ่มให้มาก จนไม่มีเวลาทุกข์ และลืมความเศร้าหมอง และหาสิ่งที่เป็นปีติ สำหรับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองมากๆ โดยไม่ต้องรอ ให้ใครต้องมาให้ ต้องเจียมตัวเองมากๆ และอ่อนน้อมให้มากๆ แล้วเราก็จะอยู่กับหมู่กลุ่ม ได้อย่างมีความสุข

ข้อปฏิบัติยากที่สุด เรื่องความติดยึดในครอบครัว มีอิตถีภาวะมาก ชอบจะเป็นไม้เลื้อย คอยหา ที่เกาะเกี่ยว ผูกพัน แต่เมื่อปฏิบัติจริงจัง ต่อเนื่อง เห็นโทษภัยเห็นทุกข์ มากยิ่งขึ้น จึงสามารถ ลดกิเลสต่างๆ ดังกล่าวลงได้

ทุกวันนี้ พูดถึงครอบครัวก็ไม่เศร้า ไม่ทุกข์มากมาย

เป้าหมายของชีวิต
อยากเป็นนักบวช เพราะมีกรอบ มีกฎระเบียบที่ชัดเจน ทำให้การปฏิบัติ และศึกษา ละลดกิเลส ที่ละเอียด ของตัวเอง ได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการช่วยให้หลุดพ้น จากความทุกข์ และมีอิสระเสรี อย่างแท้จริง

คติประจำใจ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
มุ่งมั่นอย่างเอาจริง ย่อมสำเร็จ
สู้ทนจนตาย บนเส้นทางสายนี้

ข้อคิดข้อฝากกับหมู่กลุ่ม
สังคมชาวอโศกทุกวันนี้ เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เป็นสังคมที่อบอุ่น เป็นพี่เป็นน้อง เป็นสังคมของ การสร้างคน มีการขัดเกลา ซึ่งกันและกัน ตอนนี้อโศก รับงานกว้างขึ้น มากขึ้น แม้จะกว้าง จะมาก ยิ่งต้องมี แนวลึกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องศีล ข้อวัตรปฏิบัติของตนเอง ย่อมยิ่ง เคร่งครัดขึ้นชัดเจน จนเป็นปกติ

หากปฏิบัติหย่อนยาน ก็จะไม่สามารถสื่อ ให้กับคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาได้ อย่างชัดเจน ถูกต้อง และยาวนาน ต้องมีความจริงจัง มั่นคง แม่นในเป้าหมาย ของการปฏิบัติธรรม เรามั่นคง คนอื่นก็มั่นใจ และเป็นโสดดีที่สุด

     

(สารอโศก อันดับที่ ๒๔๘ พฤษภาคม ๒๕๔๕)

   www.asoke.info