พรตะวัน1

ชื่อใหม่ พรตะวัน ธนะโภค
ชื่อเดิม สมพร ธนะโภค
พี่น้อง ๗ คน เป็นคนที่ ๕
ภูมิลำเนา จ.สุพรรณบุรี
เกิด ๒๘ มิถุนายน ๒๕๐๔
สถานภาพ สมรส
การศึกษา - ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ เเละผดุงครรภ์ชั้นสูง (เทียบเท่าปริญญาตรี) จากวิทยาลัยพยาบาลกรุงเทพฯ รพ.ราชวิถี (ปัจจุบันชื่อวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพฯ) เมื่อปี'๒๗
- ประกาศนียบัตรพยาบาลสาธารณสุขเวชปฏิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล ปี ๒๕๓๖

อาชีพเดิม พยาบาล (พยาบาลวิชาชีพ ระดับ๗)

สถานที่ทำงาน รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ต่อมาย้ายมารับราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อุบลราชธานี

พรตะวัน2

พี่เพชรตะวัน พี่ใบพุทธ ซื่งอยู่ รพ.เจ้าพระยายมราช ชวนไปร่วมงานพุทธาภิเษกฯ ที่พุทธสถานศาลีอโศก เมื่อปี ๒๕๒๘ จากนั้นรับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่ ๒ เดือน ก็ล้มหันกลับไปกินเนื้อสัตว์อีก เพราะไม่ได้มาวัด เนื่องจากดูแลคุณแม่ ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต

ปี๓๐ ได้มาร่วมงานพุทธาภิเษกฯ ที่ศาลีอโศกอีกครั้ง หลังจากนั้น กินมังสวิรัติแต่กินไข่ด้วยอยู่ ๑ ปี แล้วรับประทานมังสวิรัติบริสุทธิ์ มาจนถึงปัจจุบัน

ประทับใจคำถามของสมณะ ที่ถามว่า "สุสานที่ใหญ่ที่สุด อยู่ที่ไหน" ทำให้ฉุกคิดขึ้นมา กระเพาะอาหารของเรา ไม่น่าจะเป็นสุสานเลยนะ คนที่มาร่วมงาน พุทธาภิเษกเป็นพันคน ยังกินกันได้ เราก็น่าจะทำได้

หลังจากพบ ธรรมะชาวอโศก ฝึกทำอาหารมังสวิรัติรับประทานเอง ทำให้เพื่อนๆ ที่ทำงานรับประทานด้วย ทําให้เพื่อนพยาบาล หันมากินเจ และมาวัดเพิ่มอีก ๑ คน จัดให้มีชมรม น้ำใจสีขาว ในโรงพยาบาล ร่วมกันบุกเบิกกับ พี่เพชรตะวัน มีการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ทุกวันศุกร์ และขายพืชผัก ผลไม้ไร้สารพิษ จัดโรงบุญมังสวิรัติ ๕ ธันวาคม และ ๑๒ สิงหาคม ที่โรงพยาบาล

ผลที่เกิดขึ้นโดยส่วนตัว
๑. สุขภาพดีขึ้น โรคภูมิแพ้ (ต้องรับประทาน ยาเเผนปัจจุบันประจำ) อาการดีขึ้น จนปัจจุบันหายขาด

๒. ความเป็นคนขี้โมโห ขี้โกรธลดลง ยอมเสียเปรียบได้

เริ่มปฏิบัติธรรมจริงจัง เมื่อเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก กลุ่มเพื่อนบุญอโศก ปี ๒๕๓๗ มีการประชุมกลุ่ม เดือนละครั้ง ที่พุทธสถานปฐมอโศกบ้าง ที่บ้านญาติธรรมบ้าง ได้เช้าร่วม กิจกรรมกลุ่ม สม่ำเสมอ เช่น ร้านมังสวิรัติ ของกลุ่มบ้านโพธิ์เจริญทุกอาทิตย์ งานโรงบุญมังสวิรัติ ที่เวียนจัดตามที่ต่างๆ โรงเรียนพุทธธรรมวันอาทิตย์ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี การได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ทำให้เราได้พบมิตรดี สหายดี มีการติงเตือน ขัดเกลากันเสมอๆ โดยเฉพาะสมณะ ที่ดูแลกลุ่มเพื่อนบุญในขณะนั้น มีสมณะฟ้าไท สมณะนาไท และรูปอื่นๆ ท่านจะเอาภาระอย่างมาก คอยติดตามเยี่ยมเยียน ดูแลทุกข์สุข ในทุกๆเรื่องของญาติโยม มีการเช็คศีลกันสม่ำเสมอ อย่างจริงจังแต่อบอุ่น พวกเราในกลุ่ม จะไว้ใจกัน เปิดเผยกัน ทำให้สมาชิก กลุ่มเพื่อนบุญ เหนียวแน่น รักกันเหมือนพี่น้องจริงๆ ทำให้เราต้องเคร่งครัด การปฏิบัติยิ่งขึ้น

เริ่มฝีกถือศีล ๘ วันพระ ปฏิบัติมาเรื่อยๆ ก็แข็งแรงขึ้น จึงฝึกถือศีล ๘ ช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน ช่วงแรกต้องต่อสู้มาก พอทำบ่อยๆ จิตก็แข็งแรงขึ้น ทำให้มั่นใจในเส้นทาง ที่พ่อท่าน นำพาทำมากขึ้น

ลดละสิ่งที่เราติด เช่น การแต่งตัว ประหยัดมากขึ้น เลิกเล่นแชร์ เลิกเป็นเท้าแชร์ ขยันมากขึ้น เอาใจใส่คนไข้ เวลาต้องขึ้นเวรกลางคืนจะไม่นอน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ หน้าที่การงาน กำลังเจริญก้าวหน้า ได้รับการยอมรับจากผู้บริหาร ทำให้เห็นทุกข์จากการมีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ คำว่า โลกธรรม ๘ เป็นอันตรายอันแสบเผ็ด ที่พ่อท่านเทศน์ชัดขึ้น เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ตัดสินใจเข้าวัด โดยการชักชวนจาก สมณะนาไท ในขณะที่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีใครเห็นด้วยเลย ต้องอดทนต่อเสียงคัดค้าน จากคนรอบข้าง

เข้ามาอยู่วัดเมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ณ พุทธสถานราชธานีอโศก โดยย้ายที่ทำงานมาที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ลาออกจากราชการ รวมรับราชการ ๒๑ ปี

พรตะวัน3

บทบาทหน้าที่ เริ่มต้นรับผิดชอบงานต้อนรับ และงานด้านรักษาพยาบาล เป็นคณะกรรมการชุมชน สอนนักเรียนสัมมาสิกขา งานฝึกอบรม ต่อมาสมัครเป็นคุรุ สัมมาสิกขาลัยวังชีวิต และย้ายจาก ฐานงานต้อนรับ มารับผิดชอบงานโรงครัว ส่วนงานอื่นๆ ก็ยังรับผิดชอบเช่นเดิม

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน สักกายะคือ การกิน ยังติดขนมหวาน และความอร่อย

แนวทางแก้ไข ตั้งตบะช่วงเข้าพรรษา และ การเพิ่มตบะธรรม

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด การวางใจให้ได้ เมื่องานไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้

คติประจำใจ ทุกขณะที่เราต้องทน ต้องฝืน คือ การสร้างบารมี

เป้าหมายชีวิต จะทำกรรมปัจจุบันให้สะอาดที่สุด

ข้อคิดข้อฝากให้หมู่กลุ่ม ลิ่งที่ตั้งใจคือ จะทำร่างกายให้แข็งแรง เพื่อจะได้ตอบแทนพระคุณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พ่อท่าน ชาวอโศก ที่ช่วยสร้างจิตวิญญาณดวงใหม่ให้ลูก

     .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๒๙๔ หน้า ๗๘-๗๙ เมษา - พ.ค. ๒๕๔๙

   www.asoke.info

www.boonniyom.net