ศีลตะวัน เพ็งเล็ง

ชื่อใหม่  นางศีลตะวัน เพ็งเล็ง
ชื่อเดิม นางสายหยุด เพ็งเล็ง
เกิด ๙ เมษายน ๒๔๙๔
พี่น้อง ๕ คน เป็นคนที่ ๕
ภูมิลำเนา จ.ตรัง
สถานภาพ สมรส ไม่มีบุตร
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ ๕

อาชีพเดิม  เกษตรกรรม และทำงานร่วมกับกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้านเช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน ต่าแหน่งคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

พบอโศก พ.ศ. ๒๕๐๐ มีสมณะจาริกมาพักค้าง ที่สวนสาธารณะข้างบ้าน และได้รู้จักญาติธรรม ได้ให้เท็ปของหลวงปู่พุทธทาส และสมณะชาวอโศก คบคุ้นกัน จนสมัครเป็นสมาชิกเท็ป และหนังสือมาตลอด

ความประทับใจ เดิมชอบไปวัด ประจำอยู่แล้ว เพราะคุณพ่อคุณแม่ พาไปวัดตั้งแต่เล็กๆ แต่ไปตามประเพณี เมื่อได้มาฟังเท็ป และอ่านหนังสือธรรมะ ของชาวอโศก รู้สึกชัด และเข้าใจ ยิ่งได้ปฏิบัติ ยิ่งเห็นของจริง เข้าใจความจริงยิ่งขึ้น และได้เข้าใจ ความหมายของพุทธแท้ๆ จึงได้เปลี่ยนแปลงตนเอง หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกิน ฝึกลดมื้อ จากจุบจิบ มาเป็น ๓ มื้อ ๒ มื้อ มื้อเดียวสัปดาห์ละครั้ง จนเป็นมื้อเดียว สัปดาห์ละหลายครั้ง (วันพระ และวันเกิด) ตามลำดับ และพยายามไปร่วมงานสำคัญๆ เช่น งานปลุกเสกฯ งานพุทธาฯ ตลอด

การมาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศก ทำให้ตนเอง มีความเสียสละมากขึ้น และจิตใจเย็นลง ได้ประโยชน์ แก่คนข้างเคียงด้วย เห็นได้ชัดว่า ทำให้คุณแม่ มีจิตสงบเย็นลงด้วย และศรัทธาสมณะมาก ได้นิมนต์สมณะไปฉันอาหาร ที่บ้านหลายครั้ง เหมือนทำบุญ ให้ท่านก่อนตาย และได้รวมพี่รวมน้อง ทำให้คุณแม่ มากินมังสวิรติ และถวายเชี่ยนหมาก พร้อมอุปกรณ์ทุกอย่าง ให้สมณะ

ก่อนเข้าวัด เห็นทุกข์ของชีวิตคู่ แต่งงานปี ๒๕๒๘ ตอนมาสู่ขอ บอกว่าจะช่วยเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่พอแต่งงานแล้ว เขากลับขอให้ตนเอง ไปอยู่ที่อื่นกับเขา หาเหตุผลมากมาย ตนเองทำไม่ได้ พ่อแม่หวังเราเลี้ยงท่านตอนชรา สามีมาทีหลัง จึงยอมให้สามีกลับไปอยู่บ้านของเขา ส่วนตัวเราเอง ก็ทำหน้าที่ เลี้ยงดูพ่อแม่ นานเข้าก็ขออยู่แบบพี่แบบน้อง เมื่อคุณแม่เสียชีวิต จึงขอมาอยู่วัด ที่ชุมชนทักษิณอโศก เมื่อปี ๒๕๔๓

เข้ามาอยู่วัด ช่วยงานร้านค้า โรงครัว การแปรรูปผลผลิต ทำกินกันก่อน เหลือก็ส่งขายที่ร้านค้าชุมชน ทำแปลงเกษตร เป็นพี่เลี้ยงผู้เข้าอบรม เป็นกรรมการชุมชน และพรรคเพื่อฟ้าดิน

ปัญหาในการทำงาน ทำงานหลายอย่าง ทำงานไม่เก็บหางให้เรียบร้อย คิดฟุ้งซ่านเรื่องงาน จนไม่ได้ดูจิต จะอยู่แต่ในภพของตนเอง

แนวทางแก้ไข
๑. ต้องเข้าหากลุ่ม และทำงานเป็นทีม
๒. วางระบบงานในความรับผิดชอบ ทำอะไรก่อนหลัง ตามลำดับความสำคัญ
๓. ต้องฝึกเป็นคนยอม ยิ้ม หยุด เย็น ให้ได้
๔. ยินดีต่ออุปสรรคและปัญหา เพราะทำให้จิตละเอียดขึ้น
๕. ตรวจศีลให้ละเอียดยิ่งขึ้น

คติประจำใจ  พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

เป้าหมายชีวิต ไม่ต้องการให้ชีวิต ตกต่ำไปกว่านี้

ข้อคิดข้อฝาก ตอนนี้แรงดึงดูดทางโลกแรงมาก ต้องติดตามศึกษา ค้นหาความจริง ต้องพิสูจน์ได้ ตามศาสนาพุทธแท้ และเป็นวิทยาศาสตร์ ฉะนั้น การศึกษาโลกให้เข้าใจ ต้องไปพร้อมกับธรรมะ โลกจะมั่นคงอยู่ได้

    ศีลตะวัน2

 .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๒๙๕ หน้า ๙๗ เดือน มิถุนายน ๒๕๔๙

   www.asoke.info

www.boonniyom.net