../ 

ศีลสนิท1

ชื่อใหม่ นางสาวศีลสนิท น้อยอินต๊ะ
ชื่อเดิม นางสาวเลิศลักษณ์ น้อยอินตะ
พี่น้อง ๕ คน เป็นคนที่ ๔
ภูมิลำเนา อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน
เกิด ๑๑ มีนาคม ๒๕๑๔
สถานภาพ โสด
การศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต เอกวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
อาชีพเดิม รับจ้างที่โรงเรียนสอนภาษา ย่านสุขุมวิท

ปี ๒๕๓๒ รู้จักชาวอโศก โดยอ่านเจอหนังสือแสงสูญ ในห้องสมุดโรงเรียน ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย ประทับใจเนื้อหา ที่ตรงไปตรงมา และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน คิดในใจไว้ว่า สักวันต้องไปหาให้ได้

ปี ๒๕๓๕ เรียนปี ๑ ได้พบชาวอโศก ในงานอาสาฬหบูชา ที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง ประทับใจ
๑. ความจริงที่ยิ่งกว่าหนังสือที่ได้อ่าน
๒. รอยยิ้มอย่างมีเมตตาของพ่อท่าน
๓. วิถีชีวิตที่เรียบง่าย
๔. ประทับใจคำว่า มิตรดีสหายดี อย่างพุทธแท้ เป็นอย่างไร แต่เพราะต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย จึงไม่มีโอกาส ได้ทำความรู้จัก และเข้าร่วม กิจกรรมอะไรเลย

พอมีโอกาสได้เข้ากรุงเทพฯ ก็แวะเวียนมาดูสถานที่จริง ในวันหยุดงาน แต่ด้วยเหตุเป็นคน มีภาระส่วนตัว และภาระครอบครัว ค่อนข้าง เยอะกว่าคนอื่น จึงต้องสู้ชีวิต ด้วยวิถีคนนอกวัดไปเรื่อยๆ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยจนจบ ระหว่างเรียน และทำงานอยู่นั้น ก็อ่านหนังสือ ของชาวอโศกอยู่บ้าง รับรู้ข้อมูลจากข่าวสาร จากสื่ออยู่บ้าง เรียนจบแล้ว ทำงานข้างนอกได้ไม่นาน จนภาระบางอย่างเบาบาง บางอย่างก็หมดไป จึงตัดสินใจมาพัก อยู่ข้างๆชุมชน

เมื่อพบชาวอโศก "ค่อยๆเปลี่ยนแปลง" จากเริ่มลด ละเลิก เนื้อสัตว์ มาเป็นนักมังสวิรัติเต็มตัว ล้างอบายมุข ๖ ในใจได้สำเร็จ รักษาศีล จนเป็นปกติ ลดละ นิสัยไม่ดีได้หลายๆอย่าง เช่น การยึดความเห็นตนเองเป็นหลัก ไม่มีปรโตโฆษะ น้ำชาล้นถ้วย เป็นต้น เปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ มาเป็นคน รู้จักฟังความคิดเห็น ของคนอื่นบ้าง รับฟังแต่ก็มีความเห็นส่วนตัว ประกอบบ้าง โดยยึดหลักธรรมด้วย จึงสามารถอยู่ และอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ได้อย่าง พอเป็นพอไป

ปี ๒๕๔๓ ลาออกจากงาน มาสมัครงานที่บริษัทฟ้าอภัย ณ พุทธสถานสันติอโศก ได้รับการจัดสรร ให้อยู่ในส่วนของ สำนักพิมพ์กลั่นแก่น ทำหนังสือ "เราคิดอะไร"

ปี ๒๕๔๕ สำนักพิมพ์กลั่นแก่น แยกออกจาก บริษัทฟ้าอภัย จึงได้รับหน้าที่ เป็นผู้รับใช้ สำนักพิมพ์กลั่นกัน ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้

ศีลสนิท2

ปัญหาและอุปสรรคในการทํางาน หรือการปฏิบัติธรรม การประมาณไม่เป็น คือปัญหาใหญ่ การตัดรอบ การเรียงลำดับ ความสำคัญของงาน การวางใจ ความใจอ่อน ขี้สงสาร และติดฟังเพลง

แนวทางแก้ไข ฝึกวิปัสสนาไปกับทุกเหตุการณ์ และทุกบทเรียน ที่เจอะเจอ ฝึกการตัดรอบ การเรียงลำดับ ความสำคัญของงาน ทั้งงานนอกและงานใน (งานด้านจิตวิญญาณ) ฝึกทำความเข้าใจ และยอมรับ ความแตกต่างของคน ยอมรับความจริง ตามความเป็นจริง และทำใจในใจของตนเอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด สร้างวิหารให้แก่ตนเองก่อน จะได้เป็นคนหนักแน่น ชัดเจน ทำงานถวายพ่อท่าน สมณะ และสิกขมาตุ ได้ถูกทิศถูกทาง ให้ท่านเหนื่อยเพราะเรา น้อยที่สุด เพราะคิดว่า ตายแล้วเกิดใหม่ อีกกี่ชาติ ไม่รู้จะได้เจอนักบวช ในสังคมพุทธแท้ๆ อย่างนี้อีก และที่สำคัญ ต้องฟังธรรมให้มาก และฝึกพิจารณาธรรม ในแต่ละผัสสะให้ได้

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด ความนิ่ง ความรอบ ความเอาจริง และความแววไวต่อการจัดการกิเลส

คติประจำใจ สร้างอิทธิบาทอย่างสัมมาทิฏฐิ ในทุกขณะความคิด ให้แก่ตนเอง และกตัญญู กตเวทิตา อย่างสัมมาทิฏฐิ กับพ่อแม่ทางโลก และ พ่อแม่ทางธรรม ตลอดจน คนรอบข้างเราทุกคน ที่เว้นไม่ได้แม้แต่คนเดียว

เป้าหมายชีวิต ทุกข์เบาบางและเหลือน้อยที่สุด

ข้อคิดฝากให้หมู่กลุ่ม ปกครองตัวเราเองให้ได้ด้วย "ศีล" แล้วแต่ละคน ก็จะไม่เป็นภาระ ทางจิตวิญญาณ แก่คนรอบข้าง แต่ยังเป็นที่พึ่ง ของคนรอบข้างอีกด้วย หรือถ้าเป็นภาระ แก่คนรอบข้าง ก็จะเป็นภาระที่เบากว่า คนไม่ยินดีในการรักษาศีล ความผาสุก ก็จะเกิดแก่ตนเอง คนรอบข้าง และสังคมของ นักปฏิบัติธรรม เพราะภาระทางกาย เราพึ่งพากันได้ง่าย แต่ภาระทางใจ หรือภาระทางจิตวิญญาณ "เรา"ต้องฝึกจัดการด้วยตนเอง

อย่าซ้ำเติม เพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่พลาดพลั้ง แต่จงเมตตาเขา อย่างสัมมาทิฏฐิ
ศีลสนิท3

     .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๓๒๖ หน้า ๗๔ เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๕๕

   www.asoke.info  |  จากโลกีย์ถึงโกุตระ

www.boonniyom.net