นางจะแจ้ง (บุญมี) ชุมใหญ่1

ชื่อใหม่ นางจะแจ้ง ชุมใหญ่
ชื่อเดิม นางบุญมี ชุมใหญ่
เกิด ๑๙ มีนาคม ๒๕๐๔
พี่น้อง ๙ คน เป็นคนที่ ๑
ภูมิลำเนา อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
สถานภาพ หย่าร้าง มีบุตร ๓ คน ชาย ๑ คน หญิง ๒ คน
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ ๓
อาชีพเดิม แม่ค้าหาบเร่

ปี ๒๕๓๖ เข้ากรุงเทพ อยู่ที่ซอยนวมินทร์ ๕๐ ใกล้พุทธสถานสันติอโศก ทำอาชีพ ขายส้มตำไก่ย่าง ทุกเช้าจะเตรียมอาหาร ให้ลูกใส่บาตร ได้ตักบาตร สมณะ สิกขมาตุ เป็นประจำ ท่านชวนลูกๆไปร่วมกิจกรรม กินข้าวห้อง และเรียนพุทธธรรม วันอาทิตย์ ตอนแรกไม่วางใจนัก เพราะช่วงนั้น มีคดีลักพาเด็ก และสมณะใส่ชุดขาว ไม่แน่ใจว่าเป็นพระหรือเปล่า จึงให้สามีพาไป ส่วนตนเองต้องค้าขาย ลูกๆกลับมา เล่าถึงสิ่งที่ไปพบ เขาชอบ และสนุกมาก ก็เริ่มวางใจ

ลูกๆไปวัดตลอด วันเสาร์อาทิตย์ ก็ขอไปค้างที่วัด มีกิจกรรมกลุ่ม พฤติกรรมก็ดีขึ้น และขอให้แม่ เลิกขายเนื้อสัตว์ ตามสมณะสอน โดยลูกๆบอกว่า จะหางานทำช่วยแม่เอง ลูกไปวัดกันเอง ๓-๔ เดือน วันหนึ่งตามไปดูลูก ว่าทำอะไรกันบ้าง มีการประชุมผู้ปกครอง ได้ฟังสัมมนาเทศน์เรื่องศีล ๕ เรื่องสัมมาอาชีพ เกิดจุดประกายในใจ โดยเฉพาะศีลข้อ ๑ การไม่กินเนื้อสัตว์ การไม่สนับสนุนให้มีการฆ่า

หลังจากนั้น หยุดทำอาชีพฆ่า ๑ วัน พาลูกไปเรียนพุทธธรรม วันอาทิตย์และอยากให้ถึง วันอาทิตย์เร็วขึ้น จะได้ไปติดตามฟังเรื่องศีล เรื่องการปฏิบัติธรรมอีก อยากเปลี่ยนอาชีพ จึงไปปรึกษาสมณะ ท่านให้คำแนะนำ ให้ผู้ปกครองนักเรียนพุทธธรรม ที่พร้อมมารวมตัวกัน เปิดร้านขายของ เป็นศูนย์รวมผู้ปกครอง นักเรียนพุทธธรรม จึงอยากทดลองทำดูว่า เป็นอย่างไร ได้ไปบอกและชวนสามี เขาไม่คัดค้าน แต่ไม่ทำด้วย ขอทำงานเดิมของตนเอง

เปิดร้าน วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๓๗ ชื่อร้านบุญนิยม ต่อมาเปลี่ยนเป็น บริษัทแด่ชีวิต ด้านครอบครัว ดูเหมือนจะไปกันได้ดี แต่สุดท้าย สามีก็ขอ ไปแต่งงานใหม่ ตอนแรกก็ตกใจ เพราะไม่นึกมาก่อน แต่ทำใจได้ ในเวลาต่อมา คิดได้ว่า เมื่อใจเขาไม่เป็นของเรา ได้แต่กายมา ก็ไม่มีประโยชน์ ลูก ๓ คน ก็ดูแลเอง ลูกชายคนโต เรียนจบมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสัมมาสิกขา สันติอโศก แล้วไปเรียนต่อปริญญาตรี จบแล้วรับราชการ สังกัดหน่วยทหารบก ลูกสาว ๒ คน เรียนโรงเรียนข้างนอก แต่หาเงินเรียนเอง โดยอยู่กลุ่มพึ่งตนเอง ซึ่งมีสมณะเป็นที่ปรึกษา และมีครูพุทธธรรมช่วยดูแล ปัจจุบัน ทั้งสองคน ไปอยู่กับพี่ชาย เรียนระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเปิด ทำงานไปเรียนไป สำหรับตนเอง จะอยู่เป็นหลักทางธรรมให้ลูกตรงนี้ ให้เขาไปหา ประสบการณ์ ถ้าเขาพร้อม ก็อยากให้เขากลับมา แต่ก็ให้เป็นอิสระของเขา

เป็นพนักงานบริษัทแด่ชีวิต เดิมทำทุกแผนก ยกเว้นการเงินการบัญชี แต่ที่เป็นมาโดยตลอด คือฝ่ายบุคคล แผนกคลังสินค้าบรรจุ ซึ่งเป็นฐานทดลอง พนักงานใหม่ และฐานงานให้กับ โรงเรียนสัมมาสิกขาฯ และปัจจุบัน เป็นคณะกรรมการบริหารร่วม ๓ บริษัท และเป็นฝ่ายจัดซื้อ พืชไร่ด้วย

ปัญหาและอุปสรรค
๑. ปัญหาของคน อยู่กับคนมาเกือบ ๒๐ ปี พอจะรู้ว่า แต่ละคน จริตไม่เหมือนกัน ทิฐิ ความอยากก็ต่างกัน ถือว่าได้เรียนรู้ และแน่นอน ก็เกิดปัญหา พอสมควร
๒. ปัญหาของงาน มีการพลิกผัน เปลี่ยนแปลงก็หลายครั้ง

แนวทางแก้ไข
๑. เข้าหาผู้รู้ บุญยังมีคือมีผู้รู้ ได้แก่พ่อท่าน สมณะ สิกขมาตุ เอาภาระคอยเตือนสติ ชี้ทางถูก-ผิด ให้รู้ แล้วค่อยๆปรับกันไป
๒. การทำงานกับคน ได้ข้อคิดว่า "ต้องให้โอกาสซึ่งกันและกัน" ถ้าเขายังคิดไม่ได้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่า บุญ-กรรมของใคร คนนั้นสั่งสมมา

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด เรื่องการกินยากมาก เช่น การกิน กำหนดกิน ๑ มื้อ ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ แต่สามารถทำได้ ในงานประจำปี ของชาวอโศก เช่น งานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ งานปลุกเสก พระแท้ๆ ของพุทธ

คติประจำใจ พึ่งตัวเอง (พยายามลดละความอยาก, ไม่เป็นภาระของคนอื่น) จนเป็นที่พึ่งของคนอื่น (พยายามช่วยคนอื่นเขาด้วย)

เป้าหมายชีวิต ขอเป็นนักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม ได้ลดละกิเลส จากหยาบไปถึงขั้นละเอียด

ข้อคิดข้อฝาก เส้นทางชีวิต ของการปฏิบัติธรรม เป็นทางที่แน่นอนแล้ว โดยอาศัยการถือศีล ๕ ปฏิบัติพากเพียร จนเกิดปัญญารู้ ก็จะเกิดผลดี กับตัวเราแน่นอน
นางจะแจ้ง (บุญมี)2

     .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๓๒๗ หน้า ๙๔ เดือนกันยายน - ตุลาคม ๒๕๕๕

   www.asoke.info  |  จากโลกีย์ถึงโลกุตระ

www.boonniyom.net