ภูดาว (ละออง) วันนู1

ชื่อใหม่ น.ส.ภูดาว วันนู
ชื่อเดิม น.ส.ละออง วันนู
เกิด ๕ กันยายน ๒๕๑๖  
พี่น้อง ๔ คน เป็นคนที่ ๒
สถานภาพ โสด
ภูมิลำเนา จังหวัดนครราชสีมา
การศึกษา ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกหนังสือพิมพ์ มสธ.
อาชีพเดิม พนักงานบริษัท
สถานที่ทำงาน
พ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๕ บ.โค้ววัฒนาเอ็กซ์ปอร์ตอิมปอร์ตจำกัด ถนนลาดพร้าว ๗๐
พ.ศ.๒๕๓๕- ๒๕๔๔ บริษัทสยามคาสต์ จก. ถนนลาดพร้าว ๖๔
พ.ศ ๒๕๔๔ - ๒๕๔๕ บ.วี.เอส.เอฟ.จก. สีลมคอมเพล็กซ์

ภูดาว วันนู2

พ.ศ ๒๕๓๕ ฟังวิทยุรายการ "ทุกข์ปัญหาชีวิต" โดยท่านจันทร์ ช่วงแรกไม่ทราบว่า เป็นพระจากสันติอโศก ท่านไม่เปิดเผย จนมาทราบภายหลั งหลายปี ติดตามฟังมาเรื่อยๆ ถึงพ.ศ ๒๕๔๕ ตอนนั้นอายุประมาณ ๑๙-๒๐ ปี กำลังเรียนและทำงานไปด้วย ปกติเป็นคนสนใจ อ่านหนังสือธรรมะ อยู่แล้ว พอมาพบรายการธรรมะ ที่ฟังแล้วเข้าใจง่ายๆ และสามารถนำมา ปฏิบัติกับชีวิตประจำวันได้ ก็ชอบ เลยติดตามฟังมาเรื่อยๆ ได้ฟังปัญหา ความทุกข์ต่างๆ ของแฟนรายการวิทยุ ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น จนมาเข้าร่วมกิจกรรม ที่ทางรายการจัด และมาวัดในวันหยุด ศรัทธาในวัตรปฏิบัติ ของญาติธรรมที่สันติอโศก และประทับใจในสถานที่ ที่ร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ผู้คนก็อัธยาศัยดี มีความเสมอภาคกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน มีวิถีการใช้ชีวิต เรียบง่าย มีอิสระ คิดว่าเป็นแนวทาง ที่จะนำพาชีวิต ไปสู่ความดีงาม ทั้งชาตินี้และชาติต่อๆไปได้

ปีพ.ศ ๒๕๓๘ เริ่มถือศีล ๕ อย่างจริงจัง เริ่มรับประทานอาหารมังสวิรัติ ละอบายมุข เช่น ไม่ซื้อหวย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการแต่งตัว แต่งหน้า ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิตยสารดารา ใช้เวลาว่างทำประโยชน์มากขึ้น

ครอบครัว มีอาชีพทำนา ฐานะค่อนข้างยากจน อยากเรียนต่อแต่ไม่ได้เรียน ก็เลยมาทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่จบม ๓ ทำงานเกี่ยวกับ เสื้อผ้า สำเร็จรูปส่งออก อยู่ประมาณ ๓ ปีกว่า บริษัทฯถูกเวนคืนที่ดิน สร้างทางด่วน ก็เลยหางานใหม่ ได้งานเกี่ยวกับเครื่องประดับเทียม ทำแผนก ลงสีชิ้นงาน และธุรการ อยู่ประมาณ ๑๐ ปี หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ก็ลาออกไปทำงาน ร้านอาหารเวียดนาม อยู่ถนนสีลม ตำแหน่ง รองผู้จัดการ ร้านอาหาร ช่วงนี้ทำงานไม่ถึงกับหนักมาก แต่ก็เหนื่อย เพราะช่วงการทำงานจะยาว ตั้งแต่เตรียมเปิดร้าน จนถึงปิดร้าน (ประมาณ ๙ โมงเช้า ถึง ๔ ทุ่ม) นอนดึก สุขภาพเริ่มไม่ไหว รู้สึกเครียดกับปัญหาหลายเรื่อง

อยากมาทำงาน ที่สันติอโศก แต่มีภาระทางบ้านก็เลยทนอยู่ จนรู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ พอดีมาพบใบปิดประกาศ รับสมัครงานของ บริษัทฟ้าอภัยจำกัด ที่พุทธสถาน สันติอโศก ก็สนใจมาสมัครงาน เป็นพนักงาน เริ่มทำงานวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๔๕ แผนกพิสูจน์อักษร ทำอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมา ย้ายมาอยู่ แผนกจัด Art  Work  (ฝ่ายออกแบบ) จนถึงปัจจุบัน

ภูดาว3

ปัญหาและอุปสรรคในการทํางาน ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ทั้งสถานที่ บุคคลเหมือนมาอยู่อีกโลกหนึ่ง โดยพกเอาความคาดหวัง อย่างสวยหรู และความยึดดีมาด้วย พอมาอยู่ร่วมกับคนที่หลากหลายระดับ เป็นสังคมที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ในแต่ละบุคคล มีหลายชั้นหลายฐานะ (ระดับ ศีล๕ ศีล๘ ศีล๑๐) ก็พบปัญหา เรื่องความคิดเห็นที่ต่างกัน อุปนิสัยที่ต่างกัน การศึกษาและประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน ความคิดเห็น การยึดถือ ความเชื่อที่ต่างกัน ก็จะเกิดปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ในความคิดเห็น ปัญหาเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกัน การสื่อสารที่ไม่ครอบคลุม ทำให้เกิด ความเข้าใจผิด การประมาณผิดพลาด มองโลกในแง่ดีเกินไปบ้าง ไม่อยู่กับความจริง ก็จะเป็นทุกข์  ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ  มาจากตัวเรา ส่วนหนึ่ง และมาจากคนอื่น ส่วนหนึ่ง ต่างก็มีผัสสะต่อกัน ถ้าเรายังไม่แข็งแรงก็จะเป็นทุกข์ เอาปัญหาของคนอื่น มาทำให้ตัวเองทุกข์ เพราะคาดหวังกับคนอื่น มากเกินความจริงที่เขาเป็นอยู่

แนวทางแก้ไข พยายามแก้ไขด้วยตนเองก่อน ถ้าเกินความสามารถของเราแล้ว ก็ปรึกษาสมณะ ผู้รู้ เพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ให้คำแนะนำ พยายามมีสติ ให้มากๆ ไม่เอาอารมณ์เป็นตัวตั้ง เพราะจริงๆแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขคนอื่นได้ แม้ว่าเราจะหวังดีก็ตาม แต่ละคน ก็มีเอกลักษณ์ ของตัวเอง ต้องยอมรับความแตกต่างให้ได้ พยายามเข้าใจ วางใจให้ได้ มองตนให้มากขึ้น ปรับปรุงพัฒนาที่ตัวเราดีกว่า มองปัญหาที่เกิดขึ้น ในด้าน ที่จะเอาเป็นประโยชน์ตน ให้ได้ก่อน

ภูดาว วันนู4

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด กินอาหารมื้อเดียว ยากสำหรับตนเองมาก พยายามอยู่หลายครั้ง ก็ยังทำไม่ได้ ติดรักสวยรักงาม และเรื่องการเพิ่มฐาน ถือศีลที่สูงขึ้น เช่น ไม่ใช้เงิน การลดความถือดี หลงดี เพราะจะไม่ค่อยยอม ให้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม

คติประจำใจ เราจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง คนอื่นไม่สามารถจะทำ ให้แก่เราได้

เป้าหมายชีวิต ปฏิบัติธรรมตลอดชีวิต และทำงานเสียสละ ช่วยงานศาสนา

ข้อคิดข้อฝากให้หมู่กลุ่ม เมื่อมาเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้ว ต้องมั่นใจและชัดเจนในจุดยืนของตัวเอง เพราะถ้ามาพบปัญหา และอุปสรรคต่างๆแล้ว หากเราไม่เข้มแข็งพอ ก็จะหวั่นไหว ท้อแท้ และหมดกำลังใจในการทำความดี พยายามเข้าใจตัวเองให้มาก ให้อภัยและให้กำลังใจตัวเองได้ ทบทวนตัวเอง ในเรื่องมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม เสมอๆ มีความเพียรเสมอๆ ฟังธรรมเพิ่มพูนภูมิธรรม มองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น เพราะชีวิตเรา จะเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่ใจ อยู่ที่ความคิดของเราเอง ทำประโยชน์ตนและประโยชน์หมู่กลุ่ม เห็นความสำคัญของทุกชีวิต ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ต่างเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน จึงทำให้โลกนี้น่าอยู่ มีคุณค่าต่อโลก บำเพ็ญบารมีสะสมไปจนกว่า แต่ละชีวิต จะบรรลุนิพพาน

ภูดาว วันนู5

     .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๓๒๙ หน้า ๘๔ เดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๕๖

   www.asoke.info  |  จากโลกีย์ถึงโลกุตระ

www.boonniyom.net