สุวณี2

ชื่อเดิม
น.ส.สุวณี คัมมกสิกิจ
ชื่อใหม่ นางสาวต้องตาย คัมมกสิกิจ (ยังไม่ได้เปลี่ยนอย่างเป็นทางการ)
เกิด ๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๐
พี่น้อง ๘ คน เป็นคนที่ ๗
ภูมิลำเนา จังหวัดราชบุรี
สถานภาพ โสด

การศึกษา
- ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (สาขาการบัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช

อาชีพเดิม รับราชการ ที่สำนักงานป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

สุวณี1

รู้จักอโศก แบบรู้แต่ชื่อ มานานมาก ตอนที่พ่อท่านออกบวช ก็รู้ข่าว แต่ไม่ได้ใส่ใจศาสนา  คิดว่าที่ไหนๆ ก็คงเหมือนกัน ไม่เรียนปริยัติ ก็นั่งสมาธิ
ต้นปี ๒๕๕๒ เบื่อดูรายการโทรทัศน์ ช่อง 3 ๕ ๗ ๙ จึงติดจานดาวเทียม บังเอิญเปิดพบ รายการธรรมะพ่อท่าน ทาง FMTV ประทับใจมาก หลายอย่าง ตรงกับใจที่คิด หลายอย่างทำให้หายสงสัย จึงติดตามฟังมาตลอด อยากมาแต่ไม่มีใครพามา จนกระทั่ง เดือนเมษายน ๒๕๕3 มีวิกฤตทางการเมือง และเผากรุงเทพฯ ทางราชการ หยุดงานให้หลายวัน ช่วงสงกรานต์ จึงตัดสินใจ มาสันติอโศก

หลังจากพบ ได้รู้จักกิเลส สามารถรักษาศีลได้ วันแรกที่มาสันติอโศก ได้ดูรายการ ชีวิตร่ำไห้ จึงเริ่มกินมังสวิรัติ แรกๆ ก็กินเจเขี่ย และยังกินไข่อยู่ เนื่องจาก ยังไปทำงาน ไม่มีเวลาทำอาหาร ไปกินที่ทำงาน ต่อมาได้ฟังเทศน์ พ่อท่านตอบคำถาม เรื่องไข่เป็นลูกของสัตว์ พ่อแม่หวง จึงเลิกกินไข่ และไม่กลับไป กินเนื้อสัตว์อีกเลย

สุวณี3

เดิมเป็นคนโลกๆ ไม่แสวงหาศาสนา เชื่อเหตุผล ไม่เชื่อเรื่องที่ไม่ควรเป็นไปได้ เช่น เรื่องทรงเจ้าเข้าผี อิทธิปาฏิหาริย์ แต่ก็ยังสงสัยว่า จริงหรือไม่จริง เคยอบรมการรักษาโรค ด้วยพลังจักรวาล ครั้งแรกก็ทำตามเขาได้ แต่พออบรมครั้งที่ ๒ เหมือนมีการสะกดจิต มีพลังที่เรามองไม่เห็น รู้สึกว่าไม่เชื่อ ไม่มีความศรัทธา จึงไม่อบรมต่อ มาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไม่ชอบใส่บาตร เพราะไม่เลื่อมใสพระ ไปไหว้พระตามวัด ก็ไม่ชอบใช้ดอกไม้ธูปเทียน คิดว่าสิ้นเปลือง โดยเปล่าประโยชน์ ขอให้พระช่วย ให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ไม่ขอให้สวยให้รวย ชีวิตความเป็นอยู่เรียบๆ ไม่แต่งตัวมาก ไม่แต่งหน้าทาปาก เป็นคนเสียงดี ชอบร้องเพลง ชอบเต้นรำ ชอบดิ้น ไม่พูดมาก ไม่บ่น ไม่ชอบทะเลาะวิวาท ไม่ชอบความรุนแรง

รับราชการ หลายกรม หลายกอง เริ่มจากเป็นลูกจ้าง กรมสรรพากร แล้วไปบรรจุเป็นครู ที่วิทยาลัยเทคนิค ปราจีนบุรีได้ ๒ ปีกว่า แล้วก็โอนมาอยู่ หน่วยตรวจสอบภายใน กรมอนามัย กองคลัง กรมอนามัย และกองประปาชนบท กรมอนามัย สุดท้าย ก็โอนไปอยู่ที่ สำนักงานป.ป.ช. ชีวิตการทำงาน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมือนโชคชะตาพาไป

ตอนอยู่บ้าน ในความรู้สึกลึกๆ เหมือนว่าจะต้อง ไปที่ไหนสักแห่ง แต่ยังไม่ได้ไป ได้ฟังธรรมพ่อท่านหลายครั้ง ที่พ่อท่านพูดว่า ขอสักชาติ จึงคิดว่า ที่ยังไม่ได้ไป คืออโศก เดือนกันยายน ๒๕๕4 หลังจากมาคบคุ้น ๑ ปี จึงขอเออร์รี่รีไทร์ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ต่อมาปี ๒๕๕๕ จึงขอเออรี่รีไทร์ อีกครั้ง ก็ไม่ได้รับการอนุมัติ จึงส่งใบลาออก สุดท้ายจึงได้รับการอนุมัติ  รู้สึกใจหาย ปนโล่งใจ ลาออกมาแล้วเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ยังไม่ได้ไปอยู่วัด ยังลังเล สับสน น้องสาวก็ป่วยหนัก และเสียชีวิต จัดงานศพเรียบร้อย จึงมาอาศัยอยู่ข้างวัดได้ราว ๑ สัปดาห์ ญาติธรรม ขอให้ไปช่วยงานโรงเรียน เนื่องจาก สมศ.  [สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การเอกชน) ] จะมาตรวจ หลังจาก สมศ.ตรวจแล้ว ก็ถูกชวน ให้มาอยู่ในวัด ประมาณเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ ที่สันติอโศก

สุวณี4

มาอยู่สันติอโศก แรกๆก็ล้างภาชนะ ล้างถุงพลาสติก กวาดถูศาลา เก็บจานชามเข้าตู้ เด็ดผัก ประมาณ ๒ ปี และไปช่วยขายของ ชมร.จตุจักร สัปดาห์ละ ๒ วัน ต่อมาช่วยงานทำเอกสาร รายงานการประชุม โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก ต่อมาช่วยสอน คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น ทำบัญชีเอกสาร และ สอนคอมพิวเตอร์ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษา สัมมาสิกขาวิชาราม  (วสว.)  ชุมชนราชธานีอโศก

ปัจจุบัน ทำงานที่โรงเรียน สัมมาสิกขาสันติอโศก ช่วยงาน วสว. และไปช่วย ชมร.จตุจักร บ้างเป็นครั้งคราว

ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม และแนวทางแก้ไข
๑. อายุมากแล้ว จำปริยัติไม่ค่อยได้ พยายามฟังธรรมให้มากๆ
๒. โดนคนว่า ฝึกคิดแบบพุทธะ มีโยนิโสมนสิการ เขาว่าถูกก็ยอมรับ เขาว่าผิดไม่ถือสา ไม่เพ่งโทษ

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด กินมื้อเดียวแล้วไม่หิว

คติประจำใจ ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน

เป้าหมายชีวิต อรหันต์ (ตั้งเป้าหมายสูงไว้ เพื่อจะได้ฝึกฝนตนยิ่งๆขึ้น)

ฝากข้อคิดให้หมู่กลุ่ม อย่าพร่าประโยชน์ตน เพื่อประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก ทำงานดีแล้ว อย่าลืมปฏิบัติธรรม

สุวณี5

     .

หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ ๓๔๐ หน้า ๗๙ เดือนสิงหาคม - ตุลาคม ๒๕๕๘

   www.asoke.info  |  จากโลกีย์ถึงโลกุตระ

www.boonniyom.net