สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล
ชื่อเดิม นายมงคล ฟูวิศิษฐ์ชัยศรี
ชื่อใหม่ เมฆฟ้า สิ้นป่าโลกีย์
เกิด ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๐๓
พี่น้อง ๗ คน เป็นคนที่ ๖
ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร

การศึกษา ปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สถานภาพ โสด เพราะคิดว่าอยู่คนเดียว ก็ลำบากอยู่แล้ว อยู่ ๒ คน ยิ่งลำบาก ต้องมาแบกความรู้สึกเขาด้วย ทุกข์ของเรา ก็แบกอยู่แล้ว

อาชีพเดิม พนักงานบริษัทประกันชีวิต ๔ ปี พนักงานขายรถยนต์ ๑ ปี พ่อค้าขายปาท่องโก๋ ๓ ปี

อาชีพใหม่ นักปฏิบัติธรรม ฐานะปะ (ปฏิบัติ)

รู้จักอโศก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนื่องจาก มีการจัดงาน รามบูชาอาสาฬหะ แต่ไม่ได้สนใจอะไร และที่รามคำแหง พบคุณฟ้าดาวเป็นประจำ ไม่ใส่รองเท้า เดินถือถาดขายขนม อาหาร และแจกหนังสือ สารอโศก แสงสูญ ก็มองเป็นตัวตลก ไม่ศรัทธา พอเรียนจบ ทำงานเป็นพนักงานขายประกัน ขายรถยนต์
ปี ๒๕๓๖ ไปขายปาท่องโก๋ กับน้องชายที่ จ.ขอนแก่น แต่แล้วก็คิด อยากบวชวัดป่า เพื่อหาความสงบ
ปี ๒๕๓๗ ช่วงเทศกาลกินเจ คิดถึงคุณแม่ ที่มักจะกินเจช่วงนี้ เป็นประจำ จึงตัดสินใจ กินเจตามคุณแม่ ที่ร้านอาหาร ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น กินได้ไม่กี่วัน เขาก็เลิกขาย ยังเหลืออีก ๒ วัน จึงถามว่า มีร้านอาหารเจ ที่ไหนอีก เขาแนะนำ ร้านตะวันทอฟ้ามังสวิรัติ ก็ชอบใจ ที่นี่ได้กินอาหารสุขภาพ พอช่วงงานลอยกระทง ก็แวะไปกินอีก และอ่านหนังสือ เราคิดอะไร เป็นประจำ
ปี ๒๕๓๘ กำลังแสวงหา พอรู้ว่ามีงานปลุกเสกฯ ที่ จ.ศรีสะเกษ จึงลองไปดูวัดป่าที่จะบวช ฟังธรรมไป ก็ตรวจสอบไปด้วย ที่เขากล่าวหาว่า พ่อท่าน ทำพระธรรมวินัยให้วิปริต เป็นอย่างไร นั่งฟังธรรม อยู่ข้างหลังสุด ใน ๒ วันสุดท้าย ก็ขยับมานั่งหน้าสุด ติดกับพ่อท่าน ประทับใจ ในการตอบปัญหา ของพ่อท่านมาก ตั้งใจว่า ชาตินี้ไม่ต้องการอะไรมาก ขอบวชกับชาวอโศกก็พอ กลับจากงานปลุกเสกฯ เลิกขายปาท่องโก๋ ไปอยู่ที่โรงสีขอนแก่น ช่วยสีข้าวอยู่ ๓ ปี

ต้นปี ๒๕๔๑ ช่วยงานบริษัทพลังบุญ ต่อมาทาง ชมร.จตุจักร ขาดคนช่วย จึงเปลี่ยนไปช่วยที่ ชมร.จตุจักร และเป็นอาคันตุกะจร ที่สันติอโศก

ปี ๒๕๔๒ สมัครเป็นอาคันตุกะประจำ และอารามิกดูตัว ตามลำดับ ๙ มกราคม ๒๕๔๔ ได้เลื่อนฐานะเป็นปะ

ข้อปฏิบัติที่ยาก การสังวรสำรวมในคำพูด ชอบพูดเล่น พูดตามใจปาก พูดไปเรื่อยๆ จึงตั้งสติเตือนตน แม้พูดดี ก็ควรพูด อย่างต้องรู้กาลเทศะ

อุปสรรคในการทำงาน ไม่ค่อยมี เพราะเข้าใจคนอื่น แต่ทุกข์เพราะ ยังรู้สึกขยันและขวนขวาย ไม่มากพอ พยายามทำงาน ทั้งงานนอกและงานใน

คติประจำใจ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

เป้าหมายชีวิต ไปให้ถึงที่สุดของการหมดกิเลส

ของฝาก อยากให้ชาวอโศก มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะจริงๆแต่ละคน เป็นครูทั้งนั้น แม้เขาไม่ตั้งใจเป็นครู แต่เขาสอนเราโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ผู้นั้น จะน้อมรับฟังหรือไม่ ถ้าไม่ฟัง ก็ไม่ได้ประโยชน์ คือคิดว่า รู้ธรรมะแล้ว ก็อวดเบ่งข่มกัน เรามี ๒ หู แต่ ๑ ปาก บางคนใช้ปากมากกว่าหู จึงอยากให้พยายามน้อมรับฟัง ปรโตโฆษะ โยนิโสมนสิการ ฟังให้มาก ทำงานให้มาก และพูดให้น้อยลง

     .

จากโลกีย์สู่โลกุตระ (สารอโศก อันดับ ๒๓๒ หน้า ๖๘ เดือน มกราคม ๒๕๔๔)

* ปัจจุบันบวชเป็น สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล บวชเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๕๔๕

   www.asoke.info