ชื่อใหม่ น.ส.ซึ้งดิน หลักเขต
ชื่อเดิม น.ส.แจ่มใส หลักเขต
เกิด ๑๑ มีนาคม ๒๕๐๙
พี่น้อง ๗ คน เป็นคนที่ ๕
ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
การศึกษา
ประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนปทุมวิทยาการ
มัธยมปลาย โรงเรียนนารีนุกูล
ปวท.คหกรรม (อนุปริญญา) วิทยาลัยอาชีวศึกษา อุบลราชธานี
อาชีพเดิม ขายยาหน้าโรงพยาบาล สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลฯ (ร้านของลุง)
ขายอาหารมังสวิรัติ ข้างศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร
เปิดร้านขายอาหารมังสวิรัติ


ปี ๒๕๒๔ พบชาวอโศก และสมณะ สิกขมาตุ ที่วิทยาลัยครู อุบลราชธานี เพราะพี่ชายแนะนำ พบแล้ว ประทับใจ เหมือนเคยคบคุ้นมาก่อน เริ่มรับประทานมังสวิรัติ แต่รับประทาน ได้ไม่นาน ก็เลิก

ปี ๒๕๓๐ เห็นทุกข์จากหลากหลายชีวิต ที่ผ่านเข้ามา และได้คิดว่า ชีวิตนี้น้อยนัก สั้นนัก น่าจะทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตบ้าง จึงเริ่มรับประทาน อาหารมังสวิรัติอีกครั้ง อย่างจริงจัง อ่านหนังสือชาวอโศก และเริ่มปฏิบัติตาม

พอเรียนจบ เข้ากรุงเทพฯ ไปสันติอโศก ยังไม่เป็นที่น่าสนใจพอ ทั้งผู้คนและสถานที่ จึงยังไม่กล้าเข้าไปอยู่ ดังนั้น จึงไปเป็นแม่ครัว ที่ร้านอาหารมังสวิรัติ ข้างศาลาว่าการกทม. ๖ ปี

ปี ๒๕๓๖ น้องสาวคนเล็ก (น้อมพร หลักเขต) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ที่ศีรษะอโศก เห็นทุกข์ จากการพลัดพราก เพราะรักน้องคนนี้มาก จึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับบ้าน มาอยู่กับพ่อแม่ เปิดร้าน ขายอาหารมังวิรัติอยู่ ๒ ปี

ปลายปี ๒๕๓๘ ตัดสินใจไปอยู่ที่ ชุมชนราชธานีอโศก เป็นผู้ริเริ่ม การขายอาหาร ในเทศกาล กินเจ ที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลฯ เป็นเหตุให้ได้มาอยู่ประจำ ร้านอุทยานบุญนิยม เป็นแม่ครัว ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

อุปสรรคและปัญหาในการทำงาน
๑. ความใจร้อนของตน อยากได้อะไรดังใจคิด ลืมมองดูสิ่งแวดล้อม และเพื่อนร่วมงาน
๒. ความยึดถือ ถือสา "ต้องอย่างนี้" ไม่ยอมรับ ความบกพร่องของคนอื่น
๓. ความขัดแย้งในตัวเองสูง เป็นสายปัญญา ที่ไม่ใช้ปัญญา ในการตัดกิเลส พอมีกิเลส ทำให้บั่นทอนตัวเอง หมดพลัง หมดแรง และหมดกำลังใจ ในการทำงาน

วิธีแก้ไข
๑. ฝึกใจเย็น มองตนให้ชัด ยุติธรรมกับคนรอบข้าง ประสานใจกับเพื่อน คุยกันดีๆ และ ถามความรู้สึกของเขา
๒. ลดความยึดมั่นถือมั่น ในความคิดของตน ยอมรับในจริตของคน ที่มีหลากหลาย
๓. พยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะลดความอยากของตนเอง หันมาแก้ปัญหาที่ตนเอง ฟังธรรม ให้มากๆ ไม่ว่า จากเท็ป หรือจากสัตบุรุษ และระลึกถึงศีลเสมอๆ คอยดูว่า ตนเอง บกพร่อง ตรงไหน

ประทับใจ แนวทางการปฏิบัติธรรม และผู้นำสูงสุดของชาวอโศก คือ พ่อท่าน สมณะ โพธิรักษ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เลิศยอด ในทุกๆเรื่อง และคอยพร่ำสอน ให้ลดกิเลส ให้พ้นทุกข์ พ้นความโศกเศร้า (อโศก) จนในที่สุด เป็นที่พึ่งให้สังคม และมนุษยชาติได้

คติประจำใจ ไม่มีใครทำให้เรามีกิเลส แต่เรามีของเราเอง คนอื่นเป็นเพียง กระจกเงา ที่สะท้อน ความเป็นเรา ให้ชัดขึ้น ชัดขึ้น ปัญหาจะจบ ถ้าเราค้นพบตัวเอง

เป้าหมาย การพ้นทุกข์

ข้อคิดข้อฝาก มองอะไรให้มองสองมุมเสมอ จะได้ไม่ผิดหวัง เศร้าระทม ขมขื่น จนเบื่อหน่าย เส้นทางธรรม คิดว่ามนุษย์ไม่มีอะไร ประเสริฐเลิศล้น ไปกว่า การได้มาศึกษาสัทธรรม และได้มาอยู่ ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

     

(สารอโศก อันดับที่ ๒๕๖ มกราคม ๒๕๔๖)

   www.asoke.info