น.ส.อรสา วงษ์จันทร์
เกิด ๑๙ ตุลาคม ๒๔๙๙
พี่น้อง ๔ คน เป็นคนที่ ๒
ภูมิลำเนา บ้านเล่า ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
สถานภาพ โสด
การศึกษา ปริญญาตรี กศ.บ., สาขา ชีววิทยา ศษ.บ. สาขาการบริหารการศึกษา ปริญญาโท กศ.ม. สาขาการบริหารการศึกษา
อาชีพ รับราชการในตำแหน่ง หัวหน้างานบริหารทั่วไป สำนักงานการประถมศึกษา อำเภอหนอง- บัวแดง จ.ชัยภูมิ, หัวหน้างานบริหารทั่วไป สำนักงาน การประถมศึกษา อำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ, หัวหน้างานการเจ้าหน้าที่ สำนักงานการประถมศึกษา อำเภอหนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

ปี ๒๕๒๘ พบอโศก โดยการเข้ารับการอบรม คุณธรรมจริยธรรม สำหรับข้าราชการครู ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงเรียนสตรีชัยภูมิ โดยกองทัพธรรมมูลนิธิ ตอนนั้น เป็นข้าราชการ จากต่างอำเภอ ที่สมัครเข้ารับการอบรม ด้วยความอยากเป็นผู้มีปัญญา โดยไม่เคยรู้จักอโศกมาก่อน

ประทับใจพ่อท่าน พระ(ปัจจุบันเรียกว่าสมณะ) ญาติธรรม สัมผัสได้ถึงความพร้อมเพรียง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงให้เห็นว่า ผ่านการฝึกฝนมาดี โดยเฉพาะพ่อท่าน ที่มีความอาจหาญ ในการแสดงธรรม ชี้ถูกผิดได้ชัดเจนมาก ประกอบกับตนเอง อยู่ในครอบครัวที่ ไม่มีอบายมุขอยู่แล้ว ซึ่งรู้สึกค้านแย้ง กับสังคมทั่วไป มาโดยตลอด เมื่อพบชาวอโศก จึงเข้าใจ ประทับใจและดีใจมากๆ หลังจากผ่านการอบรม ๔ วัน ๓ คืน ได้กลับมาทบทวนทั้งคืน โดยไม่หลับเลย นึกไม่ถึงว่า จะมีกลุ่มบุคคลเช่นนี้อยู่ในโลก มีความรู้สึกได้ เลยว่าใช่

จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติธรรม โดยการขออนุญาต จากคุณแม่ว่า ต่อไปนี้จะไม่เบียดเบียนสัตว์ ขอรับประทาน อาหารมังสวิรัติ ซึ่งได้รับอนุญาต อย่างง่ายดาย กับทุกคนในบ้าน ก็ไม่เป็นปัญหา และค่อยๆปรับตัวมาเรื่อยๆ ช่วงที่ยังไม่เข้าวัด ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับหมู่ กลุ่มมาโดยตลอด (กลุ่มชัยภูมิอโศก หรือหินผาฟ้าน้ำ ในปัจจุบัน) และได้ทำหน้าที่ เลขานุการกลุ่ม หลายวาระ

ปี ๒๕๓๙ คุณแม่เสียชีวิต ทำให้เกิดสภาวะ เห็นอนิจจัง ความไม่เที่ยงของคนเรา อย่างชัดเจน เป็นการเห็นด้วยใจว่า คนเราเกิด มาหนีไม่พ้นความตาย จะตายเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ ตายแล้วจะเอาอะไรไปไม่ได้เลย ตัวเราเองก็เหมือนกัน ถ้ามัวประมาทอยู่ จะทำให้พลาด จากสิ่งที่เราอยากจะทำ คือการเข้าวัดปฏิบัติธรรม กลับมาถามตนเองว่า อยู่แล้วได้อะไร ตายแล้วสิ่งที่เราได้ติด ตัวไปคืออะไร สุดท้ายก็ต้องยอมจำนน ตัดสินใจเข้าวัด แต่ยังมีวิบาก ต้องทำงาน ให้กับทางราชการ ตามกำหนดสัญญา

ปี ๒๕๔๓ ลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๓ และเข้าทำงานเป็นพนักงาน บริษัทแด่ชีวิต จำกัด (ฝ่ายโกดัง) เพื่อเรียนรู้ชีวิตของคนวัด และฝึกฝนตนเอง เมื่อเข้าไปอยู่วัด จะได้ไม่ต้องต่อสู้มาก (ต่อสู้กับกิเลสของตนเอง)

ปี ๒๕๔๕ ได้ขอเข้ามาเป็นคนวัด แต่ยังคงช่วยงานที่ บริษัทแด่ชีวิต จำกัด โดยไม่รับเงินเดือน ทำหน้าที่การเงินของบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ประจำ นอกเหนือจากงานประจำ ช่วยทำหน้าที่เลขาฯ การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นเลขาฯการประชุม พาณิชย์บุญนิยม ช่วยจัดทำบทคัดย่อ โครงการถอดเท็ปธรรมะ ออกพิมพ์ให้ท่วมโลก

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน มองว่า อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ตัว เราเอง เป็นเพราะอัตตามานะ ความหลงตัว ลืมตัว ไม่รู้จักตัวเอง จับกิเลสไม่ทัน เมื่อมีผัสสะ มักมองออกนอกตนเอง มีเหตุผลมาสนับ สนุนมาก ทำให้ยอมไม่ได้

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ทิฐิของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน

แนวทางแก้ไข ปรับที่ตนเอง ถือศีลให้ดี หมั่นฟังธรรม คบคุ้นสัตบุรุษ ขวนขวาย อ่อนน้อมถ่อมตน มองตนเองให้มากๆ มองความผิดของ ตนเองเป็นสำคัญ ล้างจิตที่ไม่ดีของตนเอง ด้วยวิธีสมถะและวิปัสสนา มีสติหมั่นพิจารณา หาเหตุผล ยอมให้ได้ก่อน แล้วมาปรับในส่วนที่ ตนเองบกพร่อง หาวิธีการทำงาน ที่ดีกว่านี้ ถือเป็นการเรียนรู้ เอาประโยชน์จากผัสสะ แต่ละครั้งให้ได้

หมั่นประชุม ระดมความคิดเห็น และทำตามมติที่ตกลงกัน หากแต่ละคนสามารถปรับทิฐิ มีการประสานกัน ไม่เอาแต่ใจตัว ปัญหาต่างๆ ก็จะลดน้อยลง

ข้อปฏิบัติที่ยากที่สุด การไม่สวมรองเท้า แล้วต้องไปพบปะผู้คนในที่ต่างๆ ก่อนปฏิบัติรู้สึกยากมากๆ ยากใน ความคิด ความรู้สึกของตนเอง แต่พอลงมือปฏิบัติกลับรู้สึกดี เห็นเป็นความเจริญ ของนักปฏิบัติธรรม ลดโลกธรรม ได้อย่างมาก เป็นผลดีต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกาย

คติประจำใจ ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด เสียสละให้มากๆ

เป้าหมายชีวิต ลดละกิเลสให้ได้มากที่สุด เพื่อสั่งสมบุญไปยังชาติต่อๆไป จนกว่าจะหมดกิเลส จะได้ไม่ต้องเกิดอีก

ข้อคิดข้อฝากให้หมู่กลุ่ม วันเวลาของชีวิตคนเรา ไม่มีวันย้อนกลับได้ เมื่อเราไม่ได้ทำ ในสิ่งที่เราคิดว่าดีกว่า ก็เท่ากับ เราได้สูญเสียเวลา ไปอย่างสูญเปล่า เกิดมาชาตินี้ ได้พบกับพระโพธิสัตว์แล้ว ควรได้มีชีวิตที่คุ้มค่า และมีคุณค่า สำหรับคนอื่น หากมัวแต่ ประมาท ไม่รีบตัดสินใจ กระทำในสิ่งที่ตนรู้แล้วว่าดี อาจพลาดโอกาสดีๆไปได้ ขอฝากผู้ที่กำลังตัดสินใจ เข้ามาอยู่วัด ขอให้รีบตัดสินใจได้แล้ว

     

(สารอโศกอันดับที่ ๒๖๓ สิงหาคม ๒๕๔๖)

   www.asoke.info