ชื่อใหม่ นางเจือบุญ ชาลี
ชื่อเดิม นางปราณี ชาลี
พี่น้อง ๕ คน เป็นคนที่ ๒
ภูมิลำเนา จ.ชัยภูมิ
เกิด ๒๔ เมษายน ๒๔๗๖
สถานภาพ แต่งงานแล้วแต่หย่า เพราะพ่อบ้าน บวชเป็นภิกษุ สายธุดงค์รวม
การศึกษา จบครูพิเศษมัธยม (พม.)
อาชีพเดิม ข้าราชการครูประถมศึกษา
สถานที่ทำงาน ร.ร.บ้านอุทัยทอง ต.แก้งสนามนาง กิ่งอำเภอแก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา

พบชาวอโศก โดยได้อ่านจากหนังสือแสงสูญ ฉบับแมลงวันเอ๋ย ติดใจในธรรมะ ของชาวอโศก เลยขอสมัครเป็นสมาชิก จึงได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ จนมางานปีใหม่ ซึ่งจัดที่สันติอโศก ปี ๒๕๒๕ จึงเลิกกินเนื้อสัตว์ จนถึงปัจจุบัน ต่อจากนั้น ก็ได้อ่านหนังสือต่างๆ ของชาวอโศก และได้คบคุ้นกับ มิตรดีสหายดี

ประทับใจในธรรมะที่เป็นสัจธรรม ปฏิบัติได้มีผลจริง พิสูจน์ได้จากตัวเอง เช่น กินมังสวิรัติ ไปได้สักระยะหนึ่ง รู้สึกอารมณ์เย็นลง เคยเป็นโรคปวดศีรษะ และโรคคันตามผิวหนัง ก็หายไป โดยไม่รู้ตัวว่า หายไปตั้งแต่เมื่อไร ชีวิตครอบครัว มีความอบอุ่น ต่างก็มีศีล เลยไม่มีปัญหา

ปี ๒๕๓๐ เปิดร้านอาหารมังสวิรัติให้ลูก
ปี ๒๕๓๒ ลาออกจากข้าราชการครู อยู่ที่พุทธสถานปฐมอโศก
ปี ๒๕๓๙ ย้ายมาอยู่ที่ สันติอโศก
ปี ๒๕๔๔ ย้ายไปอยู่ที่ สังฆสถานหินผาฟ้าน้ำ จนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อมาอยู่กับชาวอโศก เริ่มที่ปฐมอโศก ช่วยทำอาหาร โรงทอผ้า และร้านมังสวิรัติ (มร.ฐ.) บ้าง ที่สันติอโศก ช่วยชมร. หน้าสันติอโศกบ้าง แต่ส่วนมาก จะประจำอยู่ที่ โรงครัวกลาง เมื่อมาอยู่ที่สังฆสถานหินผาฟ้าน้ำ ช่วยงานครัว ช่วยสอนเด็ก สส.ผ.บ้าง ในปีแรกๆ ทำการกสิกรรมบ้าง แต่ช่วงหลัง มีคุรุที่เป็นหนุ่มๆ สาวๆ มากขึ้น ก็ได้เป็นแค่ครูฐาน หลักใหญ่ก็ช่วยในครัว และเมื่อมีการอบรม ลูกหนี้ ธ.ก.ส. ก็ได้ช่วยเป็นพี่เลี้ยง เป็นวิทยากรบ้าง

ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม การแพ้กิเลสของตนเอง ต้องต่อสู้อยู่เสมอ แพ้บ้างชนะบ้าง เช่น เรื่องมื้ออาหาร และการติดรสเค็ม แต่ปัจจุบันก็ลดลง ได้มากกว่าเมื่อก่อน การถือสาผู้อื่น ก็ลดลงได้มาก แต่ก็ยังมีอยู่ลึกๆ ซึ่งต้องใช้เวลา ความเมตตา ก็ยังไม่หมด ยังมีถือสาอยู่ในใจ แต่ก็พอรู้ทันกิเลสอยู่ ความโลภยังมี แต่ไม่ใช่อยากให้ตนเอง  ก็อยากให้หมู่กลุ่มชุมชน นั่นเอง

แนวทางแก้ไข พยายามปล่อยวาง และรู้ให้ทันว่า ถ้าลดกิเลสได้ เราเองนั่นแหละ สบายใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เขาก็คือเขา จะให้เป็น อย่างเราคิดไม่ได้ ไม่เคยคิดจะออก จากวัดและหมู่กลุ่ม เพราะเราอยู่กับมิตรดีสหายดีแล้ว เราต้องแก้ที่ตัวเอง เท่านั้น

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด คือการลดเรื่องมื้ออาหาร ตั้งใจว่า จะให้ได้ ๑ มื้อตลอดไป ก็ไม่สำเร็จ มักจะตกๆหล่นๆ เพราะโอ๋ตัวเอง ว่าแก่แล้ว ต้องบำรุงหน่อย ส่วนการถือสาคนอื่น จะมีบ้างแต่น้อย เพราะรีบแก้จิตตัวเอง การถือศีลให้บริสุทธิ์นี่แหละ  ยากที่สุด

คติประจำใจ  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด และในขณะที่พอทำประโยชน์ ให้สังคมได้ ต้องรีบทำทันที

เป้าหมายชีวิต อยากจะตั้งใจปฏิบัติศีล ให้บริสุทธิ์และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นพระอรหันต์ แม้จะอีกกี่ร้อย กี่พันชาติก็ตาม

ข้อคิดข้อฝากให้หมู่กลุ่ม เราได้มาอยู่ในหมู่มิตรดีสหายดี แล้วเช่นนี้ ต้องรีบขวนขวาย ให้ธรรมะเจริญ หากไม่รีบทำให้มาก ในชาตินี้แล้ว ชาติหน้าเราจะได้เกิด เป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ที่สุดว่า กรรมคือการกระทำค่ะ

     

สารอโศก อันดับที่ ๒๖๗ ธันวาคม ๒๕๔๖

   www.asoke.info