ชื่อเดิม พรพิมล ชัยรัตน์
ชื่อใหม่ ปานรุ้ง สุขเกษม
พี่น้อง ๖ คน เป็นคนที่ ๓
เกิด ๘ มีนาคม ๒๕๐๕
ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.หนองคาย
การศึกษา ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รามคำแหง
สถานภาพ แต่งงานแล้ว มีบุตร ๑ คน (ด.ช.ปานนี้ สุขเกษม)

อาชีพเดิม ขายอาหารมังสวิรัติ ข้างศาลาว่าการ กทม.

ฐานะทางบ้าน ค่อนข้างลำบาก แต่ส่งเสริมให้เรียน จนจบปริญญา เป็นคนค่อนข้าง จริงจังกับชีวิต ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตสนุกสนานสดใส แบบวัยรุ่นทั่วไป ตอนเป็นนักศึกษา ชั้นปีที่ ๓ รู้สึกทุกข์มาก เริ่มแสวงหา สิ่งที่จะทำให้จิตใจสงบขึ้น นึกถึงศาสนา จึงไปเข้าชมรม พุทธศาสตร์ เขาพาไปวัดธรรมกาย ไปนั่งสมาธิ ไม่ได้ผล ใจยังไม่สงบ

จนกระทั่ง พบหมู่กลุ่มชาวอโศก ในงานรามบูชาอาสาฬหะ ปี ๒๕๒๗ ได้ร่วมงาน ฟังรายการต่างๆ ได้สัมผัสกับญาติธรรม สมณะ และสิกขมาตุ เกิดความศรัทธา เพิ่งรู้ว่า การกินเนื้อสัตว์ ผิดศีล ข้อ ๑ เพราะเป็นต้นเหตุของ การฆ่าสัตว์ ทั้งคำสอน หลายอย่าง เป็นคำสอนที่พิสูจน์ได้ เป็นวิทยาศาสตร์ สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเอง กินมังสวิรัติ ลดละ เรื่องเสื้อผ้า การแต่งตัว และไปฟังธรรม ทุกวันอาทิตย์ ที่พุทธสถานสันติอโศก จนเรียนจบ ในปี ๒๕๒๘

เมื่อเรียนจบ ไปทำงานที่ ร้านอาหารมังสวิรัติ ข้างศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร และส่งเงิน ให้น้องเรียนด้วย เป็นเวลา ๗ ปี

ปลายปี ๒๕๓๕ แต่งงานกับ ทนายรินไท สุขเกษม ใช้ชีวิตครอบครัว ประมาณ ๖ ปีกว่า จึงตัดสินใจ พาครอบครัวไปอยู่ที่ ชุมชนราชธานีอโศก เมื่อ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๒ เพราะ ๑. อยากให้ ลูกอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีสุขภาพดี (ปกติ ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ ต้องกินยาประจำ ปัจจุบัน ดีขึ้นมาก) ๒. ต้องการพัฒนาตนเอง ทำงานที่มีคุณค่าประโยชน์มากขึ้น

เมื่อมาอยู่ชุมชนฯ ช่วยงานที่โรงครัวกลาง เป็นแม่ครัวและผู้ประสานงาน ทำอาหาร งานอบรม เยาวชนคนสร้างชาติ และงานอบรมลูกค้าพักชำระหนี้ ธ.ก.ส. ทำอยู่ประมาณ ๒ ปี จึงไปทำงาน ที่ร้านปันบุญ ร้านค้าของชุมชน การทำงานด้านพาณิชย์ นับเป็นงานที่ยาก ไม่เคยทำ ได้เรียนรู้ และต้องต่อสู้กับกิเลสตนเอง พอสมควร ปัจจุบัน ได้รับหน้าที่เป็นผู้รับใช้ ที่ร้านอุทยานบุญนิยม

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน
ช่วงแรกๆ ที่ชุมชนฯยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับงานด้านพาณิชย์นัก จะเน้นทำกสิกรรม และ งานอบรมเป็นส่วนมาก ส่วนของร้านอาหาร มีชาวชุมชน และนิสิต หมุนเวียนมาช่วยกัน ปัญหาคือ ขาดการร่วมประชุม เก็บข้อมูลวิเคราะห์ปัญหา และพัฒนางาน คือต่างคนต่างทำงาน ไม่ได้หันหน้า มาคุยกัน

แนวทางแก้ไข ปฏิบัติธรรมเป็นผู้แววไว ออกจากภพ พยายามเปลี่ยนแปลง จากตัวเราเองก่อน และเริ่มให้มีการประชุม สรุปงานทุกสัปดาห์ พยายามหาเวลา ให้ทุกคนได้แสดงความรู้สึก มีส่วนร่วมในการทำงาน และประชุม ร่วมกับสมณะ และสิกขมาตุ เพื่อจะได้ฟังธรรม และปรับทิฏฐิ ให้มีความเข้าใจกัน ดียิ่งขึ้น

ข้อปฏิบัติที่คิดว่ายากที่สุด การกินมื้อเดียว

คติประจำใจ อดทนให้ถึงที่สุด (เพราะมั่นใจและศรัทธา ในหมู่กลุ่มชาวอโศก)

เป้าหมายชีวิต ปฏิบัติธรรม เป็นผู้เข้ากระแสพุทธแท้ๆ

ข้อคิดข้อฝากให้หมู่กลุ่ม หมู่กลุ่มชาวอโศก นับวันงานจะมากขึ้น จึงขอฝาก เรื่องการจัดสมดุล การปฏิบัติธรรม การทำงาน และการรักษาสุขภาพ ให้แข็งแรง มีอายุยืนยาว เพื่อสืบสานงานศาสนา ต่อไปนานๆ

     .

- สารอโศก อันดับที่ ๒๖๙ กุมภาพันธ์ - มีนาคม ๒๕๔๗ -

   www.asoke.info