ขอฝากกำลังใจมาให้พันธมิตรที่เจ็บป่วยทุกๆ คน
จากพ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ๐๘.๐๐ น. ๘ ต.ค.๕๑

 

เราทุกคนมาเพื่อทำหน้าที่ประชาชน ใช้หนี้แผ่นดิน และมาทำบุญ เราได้เสียสละที่แท้จริง เราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่มันก็มีวิบาก ที่แต่ละผู้ แต่ละคนจะต้องเผชิญ ศาสนาพุทธเราเชื่อกรรม เชื่อวิบาก อย่างแท้จริง ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่มันเกิดไปตามธรรม ที่เราทำไปนี่ เป็นเรื่องจริง เป็นตัวชี้วัด เป็นเครื่องแสดงออก เราจะต้องลงทุนหน่อย เป็นทุนทางสังคมที่ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้ลงทุนนั่นแหละ คือผู้ที่ ได้เสียสละ อย่างแท้จริง แม้จะต้องเสียสละ เจ็บป่วย ถึงชีวิต ถึงอวัยวะขาด อะไรต่างๆ นี่เป็นทุนทางสังคมอย่างแท้จริง ที่เราได้ลง ให้แก่แผ่นดิน ให้แก่ประเทศชาติ เป็นกำไร ไม่ใช่ขาดทุน เพราะผลที่ได้ เป็นผลทางสงครามปฏิภาณวิทยา หมายความว่า เป็นสงคราม ที่จะต้อง ใช้ปฏิภาณ การวินิจฉัย การมองให้ออกว่า ความถูกต้อง ความผิดคืออะไร หรือความชนะ ความแพ้คืออะไร แท้ๆ จริงๆ นี่คือการดำเนินไป ของสัจจาภิวัตน์

สงครามคราวนี้เป็นสงครามแห่งสันตาภิวัฒน์ เป็นสงครามแห่งความสงบ ซึ่งข้ามพ้นสงครามที่ว่า คนที่ตีคนลงไปตาย คนตายนั้นคือผู้แพ้ คนที่ตีเขาตายนั่น คือผู้ชนะ อันนั้นเป็น สงครามเดรัจฉานวิทยา ที่เกิดมานานแล้ว คราวนี้ ข้ามความ เป็นเดรัจฉาน มาเป็นมนุษย์แล้ว เป็นอารยชนแล้ว เพราะฉะนั้น สงครามที่จะชนะนั้น ผู้สงบ ผู้สุภาพ ผู้นิ่ง ผู้เอาความจริง เอาความถูกต้องยืนยัน ผู้มีความถูกต้องมาก ผู้มีความดีมาก ผู้มีความควรกว่า ผู้นั้นชนะ ผู้ใดมีความผิด ผู้ใดมีความชั่ว ผู้ใดมีความไม่สมควร แพ้! -----ผู้สงบ ชนะ! ผู้รุนแรง แพ้! มันเป็นสงครามที่ข้ามมาถึงขั้น อารยธรรมแล้ว ยุคนี้ไม่ใช่ยุค มนุษย์มิลัคขะ สมัยโบราณ ที่ยังเถื่อนอยู่ เพราะฉะนั้น การแสดงออก ตลอดเวลา ๑๔๐ วันแล้วนี่ ที่เราได้ต่อสู้และทำมานี่ มันเป็นการต่อสู้ที่ แสดงสงครามสันตาภิวัฒน์ อย่างแท้จริง เพราะเราชนะ ด้วยการสงบมาตลอด

เพราะฉะนั้น ตอนนี้สรุปผลได้แล้ว เหตุการณ์เกิดเมื่อวานนี้ พวกเราก็ชนะอยู่ดี ทั่วโลกกระจายข่าวคราวออกไปนี่ เช่น มติชน หัวข้อข่าวที่ว่า "ทหารคุม ตำรวจเอาไม่อยู่" ความจริงมันต้องให้ทหารมาคุมตำรวจ ไม่ใช่ให้ทหาร มาคุมประชาชน ตำรวจเอาไม่อยู่นี่ ไม่ใช่เอาประชาชนไม่อยู่ ประชาชนนั่น เขาอยู่ของเขาอยู่แล้ว แต่ตำรวจต่างหาก เป็นผู้ที่ทำรุนแรง ตำรวจต่างหาก เป็นผู้ที่ผิด ทหารต้อง มาคุมตำรวจต่างหาก ไม่ใช่ทหารจะต้องมาคุมประชาชน ประชาชนเขาปฏิบัติถูกต้องแล้ว เขาสงบ ชัดเจนแล้ว แล้วมาโทษว่า นี่เป็นม็อบ มีกองกำลังติดอาวุธ อาวุธอะไร อย่างรุนแรงก็แค่ ตัดน้ำตัดไฟ บุกล้อมกรอบ และเอาอุจจาระไปตอบโต้ นี่หรือคือความรุนแรง นี่คือ การต่อสู้ ขัดขืนอย่างเด็กๆ น่ะ เขาไม่ได้ทำอะไร เหมือนอย่างคนเถื่อน ไม่ใช่คนหยาบคายอะไรนี่

สรุปแล้ว เราก็ชนะไปทุกเวลา แต่คนเขายังเข้าใจไม่ได้ในสงครามปฏิภาณวิทยา ซึ่งจะต้องเกิดภูมิปัญญา ไม่ใช่ภูมิปัญญาที่เคย เข้าใจ อยู่อย่างเดิมว่า ผู้ชนะคือผู้ที่ฆ่าคน ตายลงไป นั่นคือผู้แพ้ ผู้ฆ่าเขานั่นคือผู้ชนะ ไม่ใช่สงครามชนิดนี้แล้ว เพราะงั้น โลกเราเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเราไม่ Change เราไม่เปลี่ยน ไม่หมุนสมองให้ทันสมัย ไม่ชัดเจนในเรื่องนี้แล้ว สังคมก็ตกอยู่วังวนอย่างเดิม เหมือน สมัยเถื่อนโบราณ ไม่มีการพัฒนาอะไร เพราะงั้น ถ้าใครต้องการพัฒนา ก็ต้องมาศึกษา สงครามปฏิภาณวิทยานี้ให้ได้

ส่วนคนที่บาดเจ็บนี้จะต้องเข้าใจให้ได้ว่า เรามาทำหน้าที่ ใช้หนี้แผ่นดิน เรามาได้ทำบุญ การทำบุญอาจจะต้อง เหมือนอย่าง พระพุทธเจ้า ท่านบอกว่า เราต้องเสียทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ต้องเสียสละอวัยวะบางส่วน เพื่อรักษาชีวิต แต่สุดท้าย เราก็ต้องเสียสละชีวิต เพื่อรักษาธรรม ตามที่พระพุทธเจ้า ท่านตรัสไว้ อันนี้เราได้รักษาธรรมะไว้แล้ว แม้จะต้องเสียชีวิต เพื่อรักษาธรรม มันก็เกิดขึ้น เสียสละ อวัยวะบางส่วน เพื่อรักษาชีวิตบ้าง เราก็ต้องทำไปตามลำดับ แห่งความเป็นจริงอันนี้ ทำได้ทำแล้วอย่างนี้ ไม่ได้ผิดไปจาก สัจจธรรม พระพุทธเจ้าเลย ขอให้ธรรมะ ได้คุ้มครอง พวกเรา ให้หายจากการเจ็บป่วยได้เร็วๆ กันทุกคนเทอญ.