1/1 Close

หน้าแรก >[02] การเมือง > พรรคเพื่อฟ้าดิน > กิจกรรมปี 2545



โอวาทพ่อท่าน

1
2 3 4 5
6
7 8 9 10 

ได้ย้ำไปบ้างแล้วเรื่อง “สหกรณ์เขียว” และ การเปลี่ยนชื่อพรรค เป็นพรรค ”เพื่อฟ้าดิน” ซึ่งได้โหวตเสียงบ้างแล้ว แต่ใครจะมีความเห็นต่างว่า ควรจะมีอะไรเพิ่มเติมก็ได้ เรื่องการเปลี่ยนชื่อพรรค เพราะ ทางสันนิบาตสหกรณ์ยืนยันมาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้ใช้คำว่า “สหกรณ์” ไปในทางธุรกิจ เราก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าเราไม่ผิด ความหมายต่างกัน สุดท้ายก็ยังแจ้งมาอีกว่าใช้ไม่ได้ และ เมื่อเขาเห็นว่าคำว่า “สหกรณ์ “ ซ้ำจริง ประชาชนก็เข้าใจสหกรณ์ว่าเป็นกิจชนิดหนึ่ง เป็นการรวมคน เป็นองค์กร ที่ตั้งขึ้นเป็นการดำเนินกิจอย่างหนึ่ง เมื่อเอามาใช้ชื่อพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้หมายความไปในทางธุรกิจ แต่ประชาชนก็จะเข้าใจไปในทาง ที่เขาเข้าใจ เราก็อย่าไปขัดใจเขาดีกว่า และ เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน เพราะ เขาเข้าใจคำว่าสหกรณ์เป็นความหมายการดำเนินชีวิตอย่างหนึ่ง และ การดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์เป็นการไปหาเงิน (ไปโลภ) ซึ่งชื่อนี้จะนำพา จูงนำความรู้สึกความเข้าใจไปอีกทิศหนึ่ง เป็นการรวมตัวแล้วได้ผลประโยชน์ช่วยเหลือคนจน แต่พรรคสหกรณ์ตั้งขึ้นมาไม่ใช่เพื่อ ที่จะให้ใครมาเอาอะไรในพรรคสหกรณ์ แต่พรรคสหกรณ์จะเป็นตัวช่วยทุก ๆ คน หรือทุก ๆ คน เข้ามาช่วยกัน ฉะนั้นในรายละเอียดการใช้ชื่อซ้ำกันประชาชนก็สับสนด้วย จึงคิดว่าเปลี่ยนดีกว่า เพื่อเราจะได้ไม่เป็นคนดื้อด้าน หัวแข็ง ซึ่งจะดูนิ่มนวล น่ารัก น่าเอ็นดูกว่า เขาจะเห็นว่าเรายอมเสียสละ ไม่ดึงดัน เอาชนะคะคาน ภาพพจน์จะสวยกว่า

การมาประชุมครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายใหม่ของชาวอโศก ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ต้องเป็นระบบระเบียบมากขึ้น เพราะ ต้องอิงกับกฎหมาย จะทำอะไร ที่ผิด หรือนอกเหนือจาก ที่กฎหมายกำหนดไม่ได้

คงพอรู้สึกกันได้ว่าการประชุมคราวนี้ จะรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเป็นหลักเป็นฐาน เป็นอัตราการก้าวหน้าชนิดหนึ่งของเรา อัน ที่จริงแล้วไม่ได้มีแผกเพี้ยนไปจากการปฏิบัติ ที่เราทำอยู่เดิม เพราะ ฉะนั้นไม่ต้องไปติดใจเรื่องการชูพรรคการเมือง แต่เราจะเน้นเนื้อหา ซึ่งตอนนี้เรามีนโยบายหลัก ที่จะทำเรื่อง “กสิกรรมไร้สารพิษ” ให้ครบวงจรทั้งการผลิต และ การตลาด เราจะทำให้เป็นน้ำหนัก เป็นของจริง เป็นความจริงให้ได้

คิดว่าทุกคนคงเข้าใจในความเป็นคนไทย ว่าขณะนี้เรามีหน้า ที่เพิ่ม เพราะ เราไปจดทะเบียนแล้ว แต่ก่อนเราไม่ได้จดทะเบียน เราก็ทำไปตามหน้า ที่ราษฎรควรกระทำเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้เรามีอะไรขึ้นมาแล้ว ก็ขอให้ตั้งใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตน เป็นผลกระทบต่อการปฏิบัติธรรมด้วย ซึ่งเราจะต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม จะมีผัสสะ จะมีงานมากระทบเกี่ยวข้องอีกมาก ซึ่งจะต้องใช้วิจารณญาณ มีธรรมวิจัย เพิ่มขึ้นอีกมาก ธรรมวิจัยพิจารณาทั้งนอก และ ใน ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม ถ้าพิจารณานามธรรม และ วิจัยนามธรรม ลดละอะไร ที่ควรลดละ เพิ่มอะไร ที่ควรเพิ่มได้อีกในจิตใจ ก็เป็นผลของการปฏิบัติธรรม ส่วนข้างนอกต้องวินิจฉัย ต้องพิจารณา ที่จะปรับปรุงอะไรให้ดีอยู่แล้ว มันก็จะดีทั้งสองด้าน ดีทั้งภายนอกภายใน เป็นประโยชน์ในการพัฒนาของพวกเรา

ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ และ มีความเข้มแข็ง ที่จะทำอะไรได้ดีๆ ขึ้นทุกคน