|
ตอนนี้บทบาททางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องของสังคมเราไม่ควรแสดงตัว
นอกจากบางครั้งคราวในที่สาธารณะ เขาซักถามเราก็ไม่โกหกหรือปกปิด แต่ไม่จำเป็นต้องโฆษณา
หรือเปิดตัวชนิดเผยแพร่ เช่นการหาเสียง เพราะเรามีเพียงโครงการ อุดมการณ์หรือความคิด
แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ซึ่งถือว่าการเมืองระบบบุญนิยมที่เราจะทำ ยังทำไม่ได้สักเท่าไหร่
เพิ่งเริ่มก่อตั้งยังทำได้เพียงอุดมการณ์ และเนื้อหาสาระ แต่ยังไม่ได้เป็นรูปร่างตัวตนสักเท่าไหร่
ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเมืองที่ยังไม่เคยมีมาในโลก
เพราะเป็นการเมืองอุดมการณ์ที่ยิ่งกว่าอุดมการณ์ที่เคยมีมา เพราะแนวบุญนิยม ทวนกระแสทุนนิยม
หรือโลกียะ เป็นโลกุตระ โดยเฉพาะเมืองไทยไม่ให้การเมืองยุ่งเกี่ยวกับศาสนา แต่เราเป็นนักการศาสนา
เราเอาศาสนาเป็นแกนหลักในการดำเนินชีวิต แต่แนวคิดของคนไทยเข้าใจว่าการเมืองต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับศาสนา
เข้าใจว่านักปฏิบัติธรรมต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ต้องเข้าป่า เข้าถ้ำ
ฉะนั้นเรายังพูดกับเขาไม่รู้เรื่องเพราะเขายึดถืออย่างนั้น
เป็นเรื่องที่เข้าใจยึดติดอย่างนั้นแล้ว ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็จะทำความจริงให้ปรากฏว่า
ศาสนาพุทธมีเนื้อหาสาระอย่างนี้ ทฤษฎีก็เป็นอย่างนี้ ที่เราทำมาจนป่านนี้ ก็พอเข้าใจกัน การเมืองเราทำหลังศาสนา
ซึ่งได้บุกบั่นตามทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าว่าเป็นอย่างนี้ เป็นศาสนาที่ช่วยสังคม ทำงานให้กับสังคม
ไม่ได้ด้อยสมรรถภาพอะไร มีสมรรถนะ มีสัมมาอาชีพ อยู่กับโลกนี่แหละ ช่วยเหลือโลกแต่ไม่โลภ
ไม่กอบโกย ไม่ทำร้ายทำลายสังคม หรือเบียดเบียนแย่งชิง แต่ไปช่วยสังคม ตามที่เราพิสูจน์กันมาทางด้านศาสนา
สังคมวิทยา หรือสังคมศาสตร์ เราได้ปฏิบัติจนเขาพอมองออก พอเข้าใจ จนเขาจำนนหรือยอมให้เราอยู่บ้าง
พอมีทางเดิน อย่างไรก็ตาม การเมืองกับธรรมะก็ยังแหลมคมอยู่
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนไทย จึงต้องมีวิธีการทางศาสตร์และศิลป์ที่ดีให้ได้ ค่อย
ๆ ทำไป อย่างที่ได้บอกไว้แล้วว่า อย่าเพิ่งไปเสนอเป็นเชิงพาดพิงในทำนองว่าของเราเป็นพรรคการเมือง
เราทำกับประชาชนเนื้อ ๆ แต่ก็ไม่ต้องไปประกาศว่าเราคือพรรคการเมือง อย่าไปยัดเยียดให้เขาต้องรู้ว่านี่คือพรรคเพื่อฟ้าดิน
เป็นคนทำงานที่แท้จริงกับประชาชนเป็นเนื้อหาสาระช่วยเหลือประชาชน ให้ตั้งหลักตั้งลำ
กอรปก่อ เป็นมรรคเป็นผลขึ้นมาให้ได้ ทำงานกับสังคม ช่วยเหลือประชาชน สร้างสรร ให้อยู่ดีกินดี
ให้ช่วยเหลือตัวเองได้แล้วช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป จะมีหลักการ วิธีการใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องอาจเอื้อมไปออกกฎหมาย
เพราะการออกกฎหมายเป็นแค่เล่นเกมความอวดรู้เท่านั้น ไม่ได้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลอะไร
คนที่ทำผิดกฎหมายที่สุดคือผู้รักษากฎหมายหรือผู้ที่มีอำนาจบาตรใหญ่ในเมือง คนไม่มีอำนาจ
ผู้ไม่ได้ออกกฎหมายถูกข่มขี่ด้วยกฎหมาย ดีไม่ดีไม่ผิดกฎหมายก็ถูกยัดเยียดให้ผิด ฉะนั้นเรื่องกฎหมายเป็นความอวดความรู้เฉย
ๆ เท่านั้น ฉะนั้น พรรคการเมืองเรายังไม่ต้องไปออกกฎหมาย
หรือเปิดตัวอะไรมากนัก นอกจากจะมีความจำเป็นครั้งคราวที่ต้องไปออกสิทธิออกเสียงแสดงพลังประชาชนบ้าง
หรือต่อสู้บางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่ควรงอมืองอเท้าที่น่าจะร่วมมือกับเขาบ้าง หรือเราเองเป็นผู้นำบ้างเป็นบางครั้งในกิจของการเมือง
ต้องใช้เวลาดู แต่เราก็มีทุนทางสังคมบ้างแล้วเพราะเรามีศาสนาเป็นหลัก เวลาเราไปทำอะไรกับสังคม
ทุนทางสังคมที่เป็นคุณธรรมทางธรรมะ เป็นทุนทางสังคมไปแล้ว เมื่อเราทำงานการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม ทางพาณิชย์ ฯ โดยเฉพาะทางพาณิชย์ เพราะเรามีทุนทางศาสนา ทำให้เขาเชื่อว่าเราซื่อสัตย์
มักน้อย สันโดษ เราไม่โลภโมโทสัน เพราะฉะนั้น นี่คือทรัพย์ทางสังคมทางนามธรรม ที่มีในตัวเรา
แม้เราไปทำงานทางการเมือง ก็จะมีทุนทางสังคมนี้ไปในอนาคต ตอนนี้สังคมยึดถือว่า
การเมืองต้องไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่เราจะเอาการศาสนา เข้าไปรวมได้อย่างเป็นแกนเป็นหลัก
ให้แก่การเมือง เราจะพิสูจน์ แต่ตอนนี้พูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง เขาเข้าใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องไม่พูดเท่าไหร่
พูดบ้างเท่าที่พอพูดได้ แต่พวกเราถ้ายังไม่มีภาษา ไม่มีโวหาร อย่าไปพูดกับเขา เดี๋ยวเขาเถียงมาเราจะลำบากเพราะเขาพวกมาก
เราจึงต้องทำ พิสูจน์ความจริงไป ต้องอาศัยเวลา เราทำงานขณะนี้กว้างขึ้น
ต้องระมัดระวัง เพราะมีผลกระทบที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างสำคัญจริง ๆ เราจะทำการเมืองที่เอาศาสนาเป็นหลักแกนของมนุษยชาติจึงจะเป็นการเมืองที่ดีที่สุดได้
การเมืองที่เรานำเสนอไม่ใช่การเมืองที่โลกเขาเป็นอยู่ เป็นการเมืองที่ชื่อว่าเป็นนวัตกรรมทางการเมือง
เป็นการเมืองชนิดใหม่ เพราะทำด้วยใจที่ต่างกัน จิตที่ทำการเมืองเป็นคนละเรื่องกับโลกียะ
เป็นจิตใจที่เป็นโลกุตระ เขาก็รู้ว่าทำอย่างนั้นดีแต่เขาไม่มีธาตุแท้ เขาทำไม่ได้
เป็นทุนนิยมไปทั้งหมด การเมืองที่เราทำ
เป็นการเมืองที่เกิดขึ้นมาอย่างจริงจัง จริงใจ และเป็นการทำกับประชาชนจริง ๆ
มันจะไม่กว้างเร็วเท่าไหร่ แต่ขอให้ได้เนื้อจริงก็แล้วกัน บอกไม่ได้ว่าจะมีอุปสรรค
แรงต้าน แรงเสียดทานจากสังคมข้างนอกเท่าไหร่ ในเรื่องการทำงานการเมือง ที่ทำงานศาสนามาก็มีแรงต้านแล้ว
งานการเมืองรุนแรงกว่าทำงานศาสนาอีก เพราะกินวงกว้างมากกว่าศาสนา โดยความรู้สึกของคนเอาภาระเรื่องศาสนาส่วนหนึ่ง
แต่การเมืองเป็นเรื่องของมนุษย์ทุกคน จึงบอกไม่ได้ว่าจะมีอะไรเกิดหรือไม่ ข้อสำคัญพวกเราจะต้องทำกันให้จริงจัง
ทำอย่างสุขุมประณีต ถ้าเราสามัคคีกันอย่างดีที่สุด ไปรอด เพราะโดยเนื้อหาแก่นแท้ของจิตวิญญาณ
และอุดมการณ์ของเรามีโครงการ นโยบาย อยู่แล้ว มันไปได้อยู่เพียงว่าเราต้องโถมแรงเข้ามามากขึ้น
ต้องเหนื่อย แต่การเกิดเป็นมนุษย์ไม่มีอะไรดีเท่านี้ ก็ต้องทำอันนี้แหละ ตอนนี้ก็จะเห็นว่ามีทาง
แม้แต่เรื่องที่เราจะทำกับประชาชน นโยบายเดียวกันเสริมกับศาสนาให้เกิดชุมชน เกิดกลุ่มหมู่
เหมือนแผนของรัฐบาล ต้องเน้นที่ชุมชน แล้วให้เขาพึ่งตนเองได้ เพราะลดสิ่งที่ฟุ่มเฟือย
รั่วซึม จิตเขาจะต้องเข้าใจธรรมะ เขาต้องไม่ไปติดไปยึด ต้องรู้ความพอ มีสันโดษ ตอนนี้อดแต่เมื่อตั้งหลักฐานฐานะดีขึ้นกลับไปฟุ่มเฟือย
กินเหล้ากินยาอีก มันไม่ได้ ไปไม่รอด ไม่ได้มรรคไม่ได้ผล มีการกำเริบภายหลัง มีการเวียนกลับ
ต้องใช้ถึงขั้นโลกุตระจริง ๆ ถึงขั้นจิตวิญญาณเกิดจริง มีปัญญาเห็นจริง กิเลสน้อยจริง
แล้วเห็นผลว่าถ้าคืนกลับไปฟื้นอย่างนั้นไปไม่รอดต้องจริงอย่างนั้น ซึ่งเป็นงานที่เราจะต้องทำ
เพราะฉะนั้นการอบรม การสร้างคนให้เป็นคนดี เป็นงานของศาสนาและพรรคการเมืองร่วมกันตรงกัน
เป็นแต่เพียงเราทำกว้างขึ้น มากขึ้น |