1/1 Close

หน้าแรก >[02] การเมือง > พรรคเพื่อฟ้าดิน > กิจกรรมปี 2545



โอวาทพ่อท่าน

1 2 3 4 5
6
7 8 9 10 

พวกเราเป็นคนสังคมใหม่ที่กำลังดำเนินบทบาทกันจริงๆ เป็นนวัตกรรม ที่จะเป็นตัวเลือกของสังคมทั้งโลก เพราะวิธีการที่เราทำเป็นการรวมทั้งระบบประชาธิปไตย ระบบคอมมิวนิสต์ และศาสนาขั้นโลกุตระมาเป็นตัวจักรจริง ๆ

ประชาธิปไตย คือ การทำให้สังคมรู้จักสิทธิ มีอิสระเสรีภาพ พร้อมกันนั้นในเนื้อหาไม่ว่าเป็นคนชาติไหนก็ต้องการคนที่มีจิตวิญญาณสูงส่ง มีน้ำใจดี มีภูมิปัญญา มีความรู้ความสามารถ ฉะนั้นในเนื้อหาของคนใจดี คนมีปัญญามีความสามารถพร้อมกับเป็นคนดีที่สุด ประเสริฐที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เราก็ใช้ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ด้วยการเอาโลกุตระมาศึกษา มาฝึกฝน จนกระทั่งเราได้มรรคได้ผลของศาสนานั้นมาซึ่งอยู่ขั้นโลกุตระ ซึ่งเป็นรูปร่างแล้ว

ประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นประชาธิปไตยของคนโลกีย์ ศาสนาไม่ได้ช่วยให้คนลดความเห็นแก่ตัว กิเลสจึงไม่ลดจริง ความลำเอียงก็เกิด ความเสมอภาค อิสระเสรีภาพ ตามที่ประชาธิปไตยต้องการก็ไม่เกิด เป็นอำนาจ เป็นวิธีการที่ลำเอียงอยู่นั่นเอง เขาต้องการที่จะเผื่อแผ่เจือจาน ไม่ว่าสังคมไหนก็ต้องการที่จะให้สังคมส่วนรวมเป็นสุข ไม่เดือดร้อน สุข สงบ สันติภาพ เบิกบาน ร่าเริง สนุกสนาน เป็นอันดี คอมมิวนิสต์เขาก็ต้องการ เขาจึงใช้วิธีที่จะเสมอภาค ไม่ลำเอียง คือ มีส่วนกลาง ให้รวมกันที่ส่วนกลาง มีเจ้าหน้าที่เป็นคนเอาไปแบ่งแจก จัดการให้ทั่วถึงแต่ก็ลำเอียงอยู่ดี ยิ่งเขาไม่เอาศาสนาเลย จนได้ชื่อว่าเป็นวัตถุนิยม เป็นลัทธิที่เห็นแต่ทางรูปธรรม เห็นแต่วัตถุ ไม่ได้เห็นแก่จิตวิญญาณเท่าไหร่ และไม่ศึกษาทางด้านธรรมะอย่างเพียงพอ ก็เลยไม่ได้ผล เกิดขึ้นในโลกได้ไม่นาน พังไปแล้ว กลับมาหาประชาธิปไตยอย่างเก่า

ประชาธิปไตย มีจุดมุ่งหมายดี แต่การเอาศาสนา เอาธรรมะเข้าไปใส่ในตัวคน เขาไม่ได้ทำกันจริง ผู้มีอำนาจเข้าไปปกครองบริหารกลายเป็นคนที่ไม่ศรัทธาในศาสนา ไม่เห็นจริงว่าธรรมะจะเป็นตัวจักรของการทำสังคมให้ดีที่สุดได้ เขาไม่เห็นจริงไม่เชื่อมั่นอย่างนั้น ต่างกับพวกเราที่เชื่อมั่น และเห็นจริงว่าศาสนาจะมีฤทธิ์แรง มีพลังที่จะเข้าไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติ จนกระทั่งเป็นสังคมที่อยู่กันอย่างดี ตามที่ใคร ๆ ก็ประสงค์ตรงกัน

มาถึงวันนี้แล้ว อาตมาเห็นว่าคงจะต้องพูดให้ท้าทายสังคมสักหน่อย อาตมามั่นใจพวกเรา เราขยับมาตั้งแต่ระดับที่ทำกันเป็นหมู่เล็ก ๆ ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เริ่มต้นมาเรื่อย ๆ จนเป็นรูปร่าง เกิดเป็นกลุ่มสังคม ที่มีวิธีดำเนินชีวิต บริหารชีวิต บริหารสังคมกลุ่ม พัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ จนถ่ายทอดเป็นการศึกษาสู่เยาวชน และเปิดตัวสู่สังคมภายนอกเพิ่มขึ้น จนที่สุดไปร่วมกับวิธีที่สังคมเขาใช้เป็นกลุ่มองค์กรที่สำคัญ คือกลุ่มองค์กรทางการเมือง ดังเป็นที่รู้ ๆ กันว่าเราไม่ได้เจตนาให้เกิดพรรคเพื่อฟ้าดิน ไม่ได้ไปวิ่งเต้นอยากตั้งพรรคการเมือง อาตมาก็ชั่งใจอยู่นานกว่าจะรับ เมื่อรับมาแล้ว ก็พยายามมาทำความเข้าใจกันว่า เราจะทำพรรคการเมืองให้เป็นอย่างไร มีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย นโยบายอย่างไร ก็พูดกันมาเรื่อย ๆ จนรวบรวมเป็นนโยบายของพรรคสำเร็จลุล่วง จนประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเรียบร้อย ซึ่งเป็นนโยบายที่ใครอ่านแล้วจะหัวเราะก็ได้ พูดอะไรเกินเชื่อ เพ้อฝัน อวดดี เพราะในโลกนี้มีการประเมินค่าของมนุษย์ว่าดีได้ไม่เกินนี้หรอก เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ เขาไม่เชื่อ อาตมาว่านโยบายนี้ท้าทายมนุษย์ออกไป เขาคงหัวเราะในใจว่า พวกนี้ มันบ้า ๆ บอ ๆ ให้มันคิดไป ดิ้นรนไป ในสภาพที่เราทำของเราไปเหมือนที่เคยก่อร่างสร้างตัวมาหลายนัย หลายลักษณะ ไม่ว่าการดำเนินชีวิต การทำอาชีพ จนกระทั่งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา เราก็ทำกันไป ไม่ได้ไปเปิดตัวกับสังคมเขา อาตมาก็อยากให้เราทำอย่างนั้น ไม่ต้องไปเปิดตัว

งานการเมืองไม่เหมือนงานเศรษฐกิจ งานเกษตร หรืองานการศึกษา ที่เราทำอยู่ภายใน ไม่แพร่ ไม่ดัง แต่งานการเมืองไม่ออกไปหาข้างนอกไม่ได้ เราก็มีการเมืองเป็นธรรมชาติของพวกเราแล้ว เพราะการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่มีพรรค แต่มีพวก บางที่มีพวกกันเป็นแก๊ง จะเปลี่ยนย้ายพวกก็ได้ คบได้ทุกพวก เวลามีการประชุมก็มีการล็อบบี้ มีวิป ประชาธิปไตย ถ้ายังมีวิป มีล็อบบี้ มีวิธีการที่เขาทำก็ยังไม่ใช่ประชาธิปไตย พรรคก็คือการเผด็จการหมู่หนึ่งที่ฮั้วกันเอาไว้ ต้องเห็นแก่พรรคแก่พวก แตกเสียงไม่ได้ ต้องถูกไล่ออก ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าประชาธิปไตยจริงล็อบบี้บังคับกันไม่ได้ เวลาเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ถึงแม้อยู่ฝ่ายรัฐบาล เมื่อเห็นฝ่ายค้านพูดถูกจะเอาด้วยก็ได้ ลงมติตามความเห็นฝ่ายค้านด้วยก็ได้ ซึ่งถ้าถึงขั้นนั้นได้จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีพรรค แต่จะรวมหมู่รวมกลุ่มกันเอง มีความเห็น มีทิฏฐิสามัญญตา ที่เข้าสู่ความเห็นตรงเป็นแนวเดียวกัน

การประชุมเป็นวิธีการของสังคม ประชุมย่อย ประชุมรวม มีเรื่องราวอะไรก็มาประชุมกัน การหมั่นประชุม พระพุทธเจ้าสรรเสริญ เป็นธรรมะอันไม่เสื่อม พรั่งพร้อมกันประชุม พรั่งพร้อมกันเลิก ช่วยกันคิดอ่าน ให้ไปด้วยกันอย่างดี ฉะนั้นอย่าขี้เกียจประชุม

หน้าที่ของนักการเมือง คือ ทำให้เกิดคนมีคุณภาพที่ดี รู้จักวิธีการที่จะจัดการกับสังคม ช่วยเหลือสังคม เมื่อคนมีคุณภาพมากจนกระทั่งคนรู้ว่าเรามีคุณภาพ คุณสมบัติ ช่วยสังคมได้ เมื่อสังคมเขารู้ก็ไม่ต้องหาเสียง หากมีการเลือกตั้ง เขาก็จะเลือกจากความจริงที่เกิดตามหน้าที่ ตามคุณสมบัติของผู้นั้น ๆ เขาก็จะเลือก มีระบบวิธีอะไรก็เอาระบบนั้นมาใช้ได้ตรง ไม่มีการโกง ไม่มีความผิดพลาด จะเป็นไปตามจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่สวยงาม

กำชับเรื่องการเมืองที่ได้พูด และขยายความให้ฟังมาตั้งแต่ต้นแล้ว การเมืองเป็นกิจของมนุษย์ ทุกวันนี้ยิ่ง

ฟูเฟื่องทั่วโลก มีอิทธิพลต่อสังคมมาก เราเริ่มทำแล้วจนถึงวันนี้ ทุกคนต้องรู้แล้วว่าเราจะทำกันแบบลูกทุ่งอย่างที่เคยทำอะไรมาแบบเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว เรายื่นมือออกไปสู่สากล สู่สังคมข้างนอก ต้องรู้โลกเขาด้วย จริง! หลายอย่างเราไม่ยอมรับ ไม่เอาตาม แต่เราล้มล้างเขาไม่ได้ บางอย่างเขากำหนดเป็นหลักเกณฑ์ เป็นกฎหมายด้วยซ้ำ เราจะไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ในกฎหมายนั้นไม่ได้ ต้องทำตามกฎหมาย แม้จะรู้ว่าผิด เราก็ต้องจำนน ในส่วนที่คิดว่าดี เราจะทำขึ้นมา เพื่อที่จะให้ยืนหยัดยืนยัน ประกาศหรือแสดงตัวขึ้นมาให้ชัดเจนว่านี้เป็นตัวเลือกอันหนึ่ง เป็นตัวเลือกจริง ๆ การเมืองเหมือนกัน ชื่อการเมืองเหมือนกัน ทำการเมืองเหมือนกัน แม้ที่สุดเป็นพรรคการเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มี ส.ส. เราก็คงคบคุ้นกันบ้างพอสมควร ยิ่งเราไม่มีเวลามากนัก เราก็ต้องศึกษาเขาเหมือนกัน รับรู้เขา ไม่ใช่ว่าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่มีวิสัยทัศน์อะไรเลย ก็ไม่ดี ต้องให้รู้สิ่งเหล่านี้บ้าง ส่วนจะรับหรือไม่รับ เป็นดุลยพินิจของเรา

อาตมามั่นใจว่าจะเป็นงานยิ่งใหญ่งานหนึ่ง ซึ่งมนุษยชาติต้องการ เพราะในยุคนี้ถึงกลียุค เรื่องการเมืองจะยิ่งใหญ่ มีผลสูงต่อสังคมมนุษยชาติ งานอาชีพส่วนย่อยก็เป็นเรื่องกลุ่มหมู่ ไม่มีอิทธิพลอะไรมากมาย ไม่คลอบคลุมเหมือนการเมืองกับศาสนา เราทำงานศาสนามาแล้ว เรารู้ว่าเป็นเรื่องแกนชีวิต แกนสำคัญทางจิตวิญญาณ การเมืองจะเป็นแกนชีวิตทางรูปธรรม แต่เราขาดเรื่องจิตวิญญาณไม่ได้เหมือนกัน ส่วนศาสนา นามธรรมแน่ ๆ เพราะฉะนั้นจะสำคัญควบคู่ไป มาถึงวันนี้แล้วมันขึ้นมาคู่แล้ว เราก็ทำทั้งสองเรื่อง อาตมาอายุปูนนี้แล้ว ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปมากกว่านี้ ก็ต้องทำสองเรื่องนี้จนถึงวาระสุดท้าย ตั้งใจทำดี ๆ เอาใจใส่ อย่าปล่อยปละละเลย ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ พลาดแล้วจะเสียหายมาก ต้องระมัดระวัง อย่าถึงให้ถูกยุบพรรค ขอให้ตั้งใจกัน